ทำไมผู้ใหญ่มองไม่เห็น “ฝุ่น”

“หมอก หรือ ควัน” จะไม่ใช่ชื่อเพลงอีกต่อไป เพราะสภาพอากาศในปัจจุบันแยกไม่ออกเลยว่า “อากาศยามเช้าที่เราสูดเข้าปอด มันคือหมอกหรือควันกันแน่ ” อากาศมัวๆที่เต็มไปฝุ่นแถมยังเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ฝุ่นละออง pm 2.5” เจ้าฝุ่นตัวนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในบางบริเวณแต่มันกระจายไปทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯที่บ่นกันแล้วบ่นกันอีก แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ยังมองไม่เห็นฝุ่นอยู่ดี

ฝุ่นละออง pm 2.5 ลอยมาจากไหน

“อากาศนิ่ง” เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่พัดไหลเวียนไปไหนสักที แถมมีหมอกด้วยจะยิ่งทำให้อากาศนิ่งมากขึ้น ควันและฝุ่นละอองจะเข้าไปสะสมในอากาศทำให้เกิดเป็นละอองฝุ่นซึ่งเมื่อหายใจเข้าไปแล้วจะรู้สึกได้เลยว่า “นี่มันฝุ่นนี้หว่า” ปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดภาวะอากาศเป็นพิษในลักษณะนี้คือ การปล่อยควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ควันดำจากท่อรถ หรือฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้างตึกที่มีขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดฝุ่นสะสมเป็นอย่างมากในชั้นบรรยากาศ 

ฝุ่นเหล่านี้บางคนอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเพราะมันมีขนาดที่เล็กมาก แต่อาจจะออกมาในลักษณะหมอกสีเทาออกน้ำตาล ที่แน่ๆฝุ่นละออง pm 2.5 สามารถสัมผัสได้ด้วยจมูกเพราะมันจะเข้าไปมีผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจไม่ออก แน่นจมูก หายใจติดขัด หรือหนักจนถึงขั้นเกิดอาการแพ้ฝุ่นกันเลยก็เป็นได้ บางรายแพ้หนักถึงขนาดหายใจไม่ได้เลยก็มี ยิ่งในเด็กที่ภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ไม่ดียิ่งส่งผลกระทบรุนแรง

ในระยะสั้น เราจะอยุ่กับฝุ่นละออง pm 2.5 นี้ได้อย่างไร

ใส่หน้ากาก N95 เป็นการช่วยป้องกันฝุ่นละออง pm 2.5 ได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงทางการควรจะมีการเฝ้าระวังค่าฝุ่นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ตลอดเวลา ถ้าบริเวณไหนที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานติดต่อกันนานเกิน 4-7 วันหรือราวๆ หนึ่งอาทิตย์ ควรจะประกาศให้เขตพื้นที่นั้นเป็นเขตภัยพิบัติทางอากาศเพื่อให้ประชาชนได้เตรียมรับมือกับอากาศแย่ๆที่เกิดขึ้น 

แม้ว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมือนจะมองไม่เห็นปัญหานี่ว่า เป็นเรื่องใหญ่ที่ควรรีบแก้ไข เราในฐานะประชาชนผู้ที่สัมผัสกับอากาศแย่ๆอย่านิ่งนอนใจ ควรสอดส่องดูว่า จุดไหนที่มีการปล่อยควันดำ เช่น ควันดำจากรถยนต์ หรือ จุดไหนที่มีการเผาทำให้เกิดควันในที่แจ้ง ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยให้ลดการสะสมควันในชั้นบรรยากาศ และที่สำคัญควรดูแลตนเองด้วยการใส่หน้ากาก N95 และกระตุ้นคนรอบข้างให้หันมาดูแลตนเองกันมากยิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ล้างมืออย่างไรให้ถูกวิธี

ในช่วงที่ประเทศไทยยังต้องเผชิญหน้ากับการรับมือของไข้ไวรัสระบาดโควิด19 อยู่นั้น มาตรการเว้นระยะห่างของสังคม หรือการเก็บตัวอยู่ที่บ้าน การสวมหน้ากากอนามัย การยืนห่างกันสองเมตร และการล้างมือนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการช่วยกันป้องกัน

การแพร่ระบาดด้วยกันทั้งนั้น แต่การล้างมือนั้น หากล้างไม่ถูกวิธี ก็อาจจะไม่สามารถช่วยเรื่องของการแพร่ระบาดนี้ได้ถูกต้องนัก โดยเฉพาะเด็กๆที่การล้างมือนั้นอาจจะไม่ถูกหลัก ซึ่งการล้างมือที่เหมาะสมและถูกต้องคือ แรกสุดคือการเปิดน้ำและให้เด็กๆ เลือกอุณหภูมิของน้ำที่พวกเค้าพอใจ สอนให้เค้านำมือไปเปียกน้ำก่อน

จากนั้นจึงค่อยใช้สบู่ และฟอกให้เป็นฟอง มันจะมีทั้งแรงเสียดทานจากการขัดถูและสารลดแรงตึงผิวของในสบู่ที่จัดการกับคราบแบคทีเรีย ดังนั้นการฟอกให้เกิดฟองหนาจึงมีความสำคัญ เด็กๆ จึงควรขัดฝ่ามือก่อน  จากนั้นค่อยยกมือขึ้น และถูระหว่างนิ้วมือ

และใต้เล็บเป็นเวลาประมาณ ยี่สิบวินาที ซึ่งจะช่วยให้เค้าล้างมือได้อย่างสะอาดและเพลิดเพลิน จนครบเวลา และหลังจากการล้างมือให้สะอาดแล้ว ควรล้างออกด้วยน้ำเปล่าจนกว่าคราบสบู่ทั้งหมดจะถูกชะล้างออกไปจนหมด และให้เด็กๆ ทุกคนเช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าขนหนูหรือกระดาษเช็ดมือซึ่งจะช่วยให้มือของเค้าสะอาดมากขึ้น

และเมื่อไหร่ที่เด็กๆควรจะล้างมือ นั่นคือช่วงก่อนรับประทานอาหาร หรือส่งจานอาหาร ซึ่งจะเป็นช่วยที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุด ช่วงเล่นน้ำ และเด็กๆ ควรจะล้างมือหลังจากเมื่อมีการใช้ห้องน้ำได้เสร็จสิ้นและทำธุระของตัวเองเสร็จแล้ว รวมไปถึงในเวลาที่เล่นกลางแจ้งในบ่อทรายหรือในสระน้ำ อีกทั้งหลังจากการเล่นกับสัตว์ต่างๆ

และที่สำคัญคือ ควรล้างมือทุกครั้งหลังจากที่มีการไอ จากลงในมือ และหรือสั่งน้ำมูกออกมา ตลอดจนหลังรับประทานอาหาร ซึ่งการกระทำหลังจากทำสิ่งเหล่านี้แล้วนั้น และมีการล้างมือทุกครั้งจะช่วยให้เด็กๆ ทุกคนห่างไกลจากโรคการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้ปลูกฝังนิสัยให้กลายเป็นคนรักความสะอาด

ซึ่งจะช่วยในเรื่องของสุขอนามัยของตัวเค้าเองและคนในครอบครัว ซึ่งถ้าหากผู้ใหญ่อย่างเรา หรือพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กทำเป็นตัวอย่างและสอนให้เด็กดูอย่างถูกวิธีแล้วหละก้อ ทุกคนทั้งเด็ก ลูกๆ หลาน หรือแม้แต่ตัวคุณเองนั้นจะปลอดภัยและมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นหากคุณและเด็กๆ มีการล้างมืออย่างถูกวิธีแล้วหละก้อ ไม่ต้องกลัวโรคหรือไข้ไวรัสใดๆ อีกเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นโรคท้องผูก

   คุณเคยไหมที่ไม่ได้เข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายหนักติดต่อกันเป็นสัปดาห์ ซึ่งหากคุณเคยเป็นคุณคงเข้าใจความรู้สึกของการอึดอัดท้อง โดยปกติคนเราต้องถ่ายท้องทุกวัน วันละ 1 ครั้งหรือใน 1 อาทิตย์อาจจะถ่ายประมาณ 3 ครั้งก็ได้ แล้วแต่คน  แต่หากหลายวันจากวันกลายเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่ถ่ายเราเรียกอาการนี้ว่าท้องผูก

          สำหรับคนที่เป็นโรคท้องผูกนั้น จะมีการถ่ายหนักน้อยกว่า 3 ครั้งต่ออาทิตย์ และเวลาถ่ายอุจาระออกมาจะเป็นก้อนแข็งๆ เล็กๆ บางครั้งปวดท้องต้องการถ่ายอุจาระ แต่ก็ถ่ายไม่ออก ซึ่งอาการท้องผูกเราไม่ควรเพิกเฉย เพราะจากอาการท้องผูกธรรมดาจะกลายเป็นท้องผูกเรื้อรังและกลายเป็นโรคที่ทำให้ร่างกายเกิดอันตรายได้ 

            ส่วนสาเหตุที่ทำให้ท้องผูกนั้น มีหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งจากการใช้งานยา เพราะยาบางชนิดเมื่อกินเข้าไปแล้วะมีข้างเคียงทำให้ท้องผูกได้ หรือเกิดจากฮอร์โมนในร่างกาย ไม่สมดุล หรือมีความผิดปกติทางระบบประสาทสั่งการ ที่สามารถสั่งการเรื่องการบีบตัวของสำไส้ใหญ่และทวารหนักได้

หรืออาจจะเกิดจากการอุดตันของสำไส้ ซึ่งจะทำให้อุจาระเคลื่อนตัวในลำไส้ได้อย่างลำบาก และถ้าลำไส้อุดตันมากๆ ก็จะเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งสำไส้ได้ นอกจากปัจจัยที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว การที่คนเรา ดื่มน้ำน้อย ไม่ค่อยกินผัก มีภาวะความเครียดสูง และอั้นอุจาระนานๆ และไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุของการเป็นโรคท้องผูกทั้งสิ้น

            สำหรับกาจะตรวจว่าเราเป็นโรคท้องผูกหรือไม่นั้น นอกจากที่เราจะสังเกตอาการตัวเองเบื้องต้นแล้ว แพทย์จะเป็นผู้ตรวจสอบให้อีกด้วย โดยแพทย์จะมีการตรวจสอบทั้งทางทวารหนัก การตรวจเลือด การเอกซเรย์ช่องท้อง  การตรวจสอบปลายสำไส้และหูรูดทวารหนัก

          เมื่อเราทราบแล้วว่าท้องผูกเกิดมาจากสาเหตุอะไร ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาและหลีเลี่ยงไม่ให้เรามีอาการท้องผูก เราจึงควรปรับเปลี่ยนการกินอาหาร โดยควรทานผักและผลไม้ ที่มีกากใยอาหารสูง ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพราะน้ำจะช่วยให้อุจาระไม่แข็งตัว

เราควรมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่ายโดยพยายามให้ถ่ายทุกวัน อย่างสม่ำเสมอและสำหรับบางคนเมื่อมีการถ่ายไม่ออกก็จะกินยาเพื่อในการขับถ่ายซึ่งวิธีการนี้ถือว่าเป็นวิธีการที่ผิด

ทางที่ดีหากเราถ่ายไม่ออกเป็นเวลาติดต่อกันนาน ควรไปพบแพทย์ดีกว่า เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เราเป็นโรคอื่นเพิ่มขึ้นมาได้อีกเช่น โรคริดสีดวงทวาร ดังนั้นทางที่ดีเราควรดูแลระบบการขับถ่ายของเราให้ดีเป็นปกติเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นโรคท้องผูก

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยหุ้น

สุขภาพที่ดี

สุขภาพทุกคนปรารถนาที่อยากจะมีสุขภาพที่ดี แต่ล่ะคนพยามจะเลือกซื้อ ด้วยการซื้อยามากินเพื่อที่จะลดน้ำหนัก  ซื้อเครื่องออกกำลังกาย เพื่อที่จะดูแลตัวเอง

โดยการออกกำลังกายวันล่ะ หนึ่งชั่วโมง นอนหลับพักผ่อนให้ครบเจ็ดชั่วโมง กินอาหารที่ดีเพื่อสุขภาพ อาทิเช่นกินอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นผักและผลไม้ กินหารเสริม ไม่ว่าใครก็อยากมีสุขภาพที่ดี เงินที่ดีด้วยการแลกการซื้อของเข้ามาดูแลตัวเอง

หลายๆคนธรรมชาติสร้างคนเราขึ้นมาให้มีสุขภาพที่แข็งแรงแตกต่างกันออกไป โดยที่เราไม่สามารถซื้อด้วยแก้วแหวนเงินทอง ไม่ว่าจะเป็นคนจนคนรวย สุขภาพแตกต่างกันออกไป บางคนรวยแต่สุขภาพไม่ดี ส่วนคนจนกับมีสุขภาพที่ดีกว่าคนรวย ดั้งนั้นก็เปรียบว่าการมีเงินทองมากแค่ไหนก็ไม่สามารถก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่แข็งได้ 

หลายคนก็คิดว่าการออกกำลังนั้นเสียเวลา แต่ถ้าลองคิดว่าภาระการทำงานแต่ล่ะคนไม่เหมือนกันเราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นแบบไหนอาจจะเกิดเป็นโรคร้าย โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหอบ  แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าเราสระเวลาสักนิดหลังเลิกงานวันล่ะชั่วโมง

หรือมากกว่านั้นก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ล่ะบุคคล  อย่างเช่น เราออกกำลังกายไปดูทีวีไปด้วยก็ได้ เพื่อแลกกับสุขภาพที่ดีของเราเอง   หลายคนคิดว่าคนผอมนั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่จริงคนผอมบางคนก็เป็นโรค เช่นเมล็ดเลือดขาวมากกว่าเมล็ดเลือดแดง โรคหอบ 

ก็อาจจะเกิดเป็นคนผอมก็ได้ ส่วนคนอ้วนไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นโรค อาจจะแข็งแรง มากกว่าคนอ้วน ดั้งนั้นไม่จำเป็นว่าคนผอมจะไม่เป็นโรค จะแข็งแรงกว่าคนอ้วน ไม่จำเป็นเสมอไป

บางคนก็คิดเอาว่าการเป็นผอมต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ต้องไปแลกด้วยการลดน้ำหนักลด อดอาหาร แต่ลองคิดในระยาวนั้นการอดอาหารไม่ดีในระยะยาวเช่นเราทำงานมาหนัก ใช้แรงงานเยอะแต่เรากินอาหารแค่มื้อเดียวซึ่งไม่เพียงพอต่อร่างกาย อาจจะทำให้เรานั้นปวดท้อง เป็นโรคกระเพาะ หรือเป็นลม ร่างกายไม่มีเรียวแรง 

การมีสุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องมีน้ำหนักตามเกณฑ์มารตาฐาน  แต่เราหมายถึงการดูแลตัวเองที่ดีกินอาหารที่ดี เพื่อสุขภาพตัวเอง หมายถึงรวมการกิน เลือกอาหารที่ดีต่อตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายทำร่างกายให้มีความสุข สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เราลดโรค

แล้วพยายามทำให้ไม่เครียด มันส่งผลให้เรามีสุขภาพที่ดี ดังนั้นเราควรดูแลตั้งแต่ตอนนี้  เริ่มจากการกินอาหารที่ดี ออกกำลังกายอย่างสำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ทำร่ายให้สดชื่นแจ่มใส พยายามไม่เครียด แค่นี้ก็ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีแล้ว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ภัยจากการนอนดึก

คงจะไม่มีใครไม่ทราบว่าการดึกนอนนั้นทำสุขภาพแย่ ไม่ใช่แค่เพียงสุขภาพทางร่างกาย แต่รวมไปถึงสภาพทางจิตใจด้วย

เราสามารถเห็นผู้ประสบปัญหาการนอนได้ทุกช่วงวัย แต่จะมากที่สุดในช่วงของวัยรุ่น การนอนดึกนั้นเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย บางคนนั้นอาจจะต้องทำงานในช่วงเวลากลางคืนจึงเป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงการนอนดึกไม่ได้ แต่สำหรับในบางคนที่กิจกรรมที่ต้องทำในช่วงกลางคืนก็สามารถพาตัวเองนั้นนอนดึกได้อย่าง

เล่นเกม เล่นโทรศัพท์ เป็นต้น การกระทำเหล่านี้จะทำให้นอนดึกและยังส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง เพราะการผลิตเมลาโทนินอาจชะลอตัวลง 

การนอนดึกนั้นส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกาย และหลายๆด้าน ผลเสียที่จะเกิดตามมาเพราะสาเหตุการนอนดึกหลักๆเลยคือ ปัญหาสุขภาพจิต ส่งผลถึงอารมณ์หลังจากการตื่น อย่างมีความคิดในแง่ลบ รู้สึกวิตกกังวล ซึมเศร้า เป็นต้น โรคอ้วน โดยเฉพาะผู้หญิงนั้นมีแนวโน้มมากกว่าผู้ชาย ไขมันหน้าท้องจะทำให้เกิดการลงพุง

การนอนดึกนอนส่งผลให้เกิดโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่น เพราะค้นพบว่าความสัมพันธ์ของค่าดัชนีมวลกายมีค่าสูงขึ้น โรคเบาหวาน เพราะร่างกายคนเรานั้นต้องการอินซูลิน เพื่อจะนำไปดูดซึมน้ำตาลในกระแสเลือด ถ้าหากเรานอนดึกส่งผลให้ร่างกายหยุดการทำงานการผลิตอินซูลินออกมา ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือกสูงขึ้นก่อนให้เกิดโรคเบาหวานได้ โรคหัวใจ

การนอนดึกจะทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าการนอนดึกจะส่งผลให้เกิดโรคหัวใจโดยตรง เพราะผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจจากการนอนดึกนั้นมีปัจจัยอื่นๆเข้ามากระตุ้นด้วยอย่างเช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเกินไป สูบบุหรี่

วิธีที่จะช่วยลดปัญหาการนอนดึกนั้นไม่ยาก หากว่าเรานั้นมีวินัย หากเรามีงานหรือการบ้านที่ต้องทำควรจัดการทำให้เสร็จก่อนค่ำหรือทันทีที่ได้รับมอบหมาย งดกิจกรรมอื่นๆเมื่อตัวคุณอยู่ที่นอน กำหนดเวลานอนให้เป็นกิจวัตรที่ต้องทำในทุกๆวัน งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีน หรือถ้าไม่สามารถงดได้พยายามจำกัดการดื่มให้ไม่มากจนเกินไป

เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากว่างดได้จะเป็นผลดีมากกว่า และถ้าหากว่าเราเข้านอนแล้วภายใน 15-20 นาทีแต่นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ให้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมที่ช่วยทำให้รู้สึกถึงการง่วงนอนได้เช่น อ่านหนัง ทำสมาธิ เป็นต้น เมื่อรู้สึกง่วงจึงค่อยกลับไปนอน แต่ไม่แนะให้หยิบโทรศัพท์มาเปิดเช็ค เพราะแสงไฟจากหน้าจอของโทรศัพท์นั้นจำทำให้เรารู้สึกตื่นตัวมากกว่าจะทำให้ง่วงนอน ผลลัพธ์ที่ได้คือคุณจะนอนดึกกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

ไม่ LOVE  HIV

ภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์  พบได้หลายชนิดหายโรคก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย  เช่นการติดเชื้อไวรัสHIVหรือเราเรียกว่าโรคเอดส์โรคที่ปัจจุบันนี้ไม่มียารักษาให้หายขาด  

เพียงแค่ควบคุมอาการไม่ให้ร้ายแรงถึงชีวิตปัจจุบันเราทราบดีว่าการที่เราติดเชื้อไวรัส HIV ไม่มียารักษาให้หายขาดเพียงเป็นการพยุงไม่ให้โรครุนแรง โดยปกติคนที่มีร่างแรงแข็งแรง  ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีโอกาสที่จะติดเชื้อเพราะการติดเชื้อบางครั้งอาจไม่ได้เกิดจากตัวเราเอง 

เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเสี่ยงใช้ชีวิตปกติแต่เกิดจากคนข้างกายของเราที่ไม่รู้จักการป้องกันตัวเอง  จากการเปลี่ยนคู่นอนของผู้ชาย  ซึ่งความต้องการทางเพศของผู้ชายจะมากกว่าผู้หญิง  ผู้ชายจึงซื้อบริการทางเพศ

ซึ่งผู้หญิงบริการกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงการป้องกันอาจไม่เพียงพอทำให้ฝ่ายชายนำเชื้อมาติดภรรยาของตัวเองได้  เพราะการติดเชื้อส่วนใหญ่จะติดทาง การร่วมเพศ การได้รับเลือดจากผู้ติดเชื้อ และการใช้เข็มร่วมกับผู้ติดเชื้อเป็นหลัก  

ในช่วงแรกที่ผู้ป่วยได้รับรู้ว่าติดเชื้อแม้นว่าผู้ป่วยไม่อยากยอมรับกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสียใจทำไมต้องเป็นเราที่ได้รับเชื้อโรคร้ายโรคนี้  เฝ้าโทษตัวเองโทษคนที่ทำให้เราติด  สิ่งนี้ยิ่งทำให้ผู้ป่วยอ่อนแอท้อแท้กับชีวิตทางเลือกแรกก็คือ  ผู้ป่วยต้องดูแลสภาพจิตอันดับแรกจิตใจที่แข็งแกร่งของผู้ป่วยจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้จิตใจแข็งแรงเข้มแข็ง

อันดับสองคือบอกคนในครอบครัวเราให้ทราบเพราะเดี๋ยวนี้คนส่วนเข้าใจมากขึ้นในโรคเอดส์  รู้วิธีป้องกันและรักษามากขึ้นโดยทราบจากสื่อต่างๆ รวมทั้งการพูดจาคุยกันในสังคม ว่าการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นการใช้สิ่งของร่วมกัน

การรับประทานอาหารด้วย การอยู่บ้านหลังเดียวกัน ไม่สามารถที่จะติดต่อกันได้ คนรอบข้างเป็นอีกแรงที่จะสามารถสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยได้เข้มแข็งผ่านเรื่องที่เลวร้ายในชีวิตได้

เพราะผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติทุกอย่าง  บางครั้งอาจจะดูแลตัวเองดีกว่าตอนที่ไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อเพราะคนที่ติดเชื้อต้องมั่นไปตรวจร่างกายทุก 3 เดือน  6 เดือน 

เพื่อดูค่าความเข้มของเลือดว่าเชื้อได้รุ่นแรงถึงขั้นไหนระยะไหนการใช้ยารักษาได้ผลดีมากน้อย   แค่ไหน  แพทย์จะมีการปรับลดขนาดยาในการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายไม่เหมือนกัน

ขึ้นอยู่กับสภาวะของร่างกายผู้ป่วยแต่ละรายหากผู้ป่วยทำใจยอมรับกับการติดเชื้อ รับการรักษาที่ถูกต้องตรวจร่างกายสม่ำเสมอ ผู้ป่วยก็มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงใช้ชีวิตตามปกติบางทีอาจมีอายุยืนยาวกว่าคนที่ไม่ติดเชื้อด้วยซ้ำไป

โรคเอดส์ไม่มีใครอยากเป็น ทุกคนกลัว  ทางที่ดีที่สุดถ้าเราไม่อยากติดเชื้อ  ก็ไม่สำส่อนทางเพศสัมพันธ์  ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่นเท่านี้เราก็ห่างไกลจากโรคเอดส์ได้แล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

เราต้องใช้เจลประคบร้อนหรือเย็นที่ถูกวิธี  

ในเมื่อเราต้องออกกำลังกาย  เราต้องมีการได้รับบาดเจ็บอย่างเช่นการที่เราหักโหมในการออกกำลังกายจะทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหรือแขน  หรือตรงไหนที่เราออกกำลังกายนั่นคือการอักเสบของกล้ามเนื้อ  หรือว่าเราเกิดอุบัติเหตุในระหว่างที่เราออกกำลังกาย  เมื่อเกิดอาการข้อเท้านั้นพลิก    เจลประคบร้อนหรือว่าเย็นจะมีประโยชน์ในการที่ช่วยบรรเทาอาการที่เราปวดหรือบวม  เมื่อเราเกิดอาการอักเสบ  

       ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักว่าเจลที่เราใช้ก่อนว่า  เจลร้อนใช้ตอนไหน  เจลเย็นใช้ตอนไหน  เพราะว่าการที่เราใช้เจลไม่ว่าจะเป็นร้อนหรือว่าเย็นเราควรที่รู้ก่อนว่าควรที่จะใช้ตอนไหน  ก่อนและหลัง   

ในการที่เราประคบเย็นจะช่วยทำให้เส้นเลือดนั้นหดตัวทำให้เลือดที่ออกมานั้นเกิดอาการหดตัวลง  สามารถที่จะหดตัวได้ทั้งนอกและในร่างกายและเลือดที่ออกนอกเส้นเลือดจะออกน้อยจะทำให้เกิดอาการยุบตัวลงจึงช่วยในเรื่องของการอาการที่เราบาดเจ็บ หรืออาการที่เราอักเสบก็จะลดน้อยลง  และความเย็นนั้นยังช่วยในเรื่องของการที่ลดอาการเจ็บปวดนั้นได้  

ในขณะที่เราประคบร้อน  ความร้อนจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้เลือดนั้นหลายเวียนได้เป็นอย่างดี  กล้ามเนื้อก็จะคลายตัว และยังช่วยลดอาการที่เราปวด      ในเมื่อเราต้องการที่จะช่วยลดอาการที่เราปวดแบบว่าเฉียบพลันหลังจากที่เราได้รับความบาดเจ็บในประมาณ 24-48 ชั่วโมง  หรือว่าจะเป็นอาการที่เราปวดหัว มีไข้สูงปวดเมื่อยตามตัว  หรือว่าเรามีอาการปวดฟัน 

หรือว่าจะเป็นอาการที่เราเป็นแผล  เมื่อเราถูกน้ำร้อน หรือไฟลวกแลพการที่เราออกกำลังกายเมื่อเรารู้สึกว่ามีอาการบาดเจ็บหลังจากที่เราเล่นกีฬา  หรือว่าจะเป็นแมลงกัดต่อยแบบนี้เป็นต้น   ให้เราใช้การประคบเย็น    ที่เราจะแช่น้ำเย็น หรือว่าเราเอาไปแช่ที่ตู้เย็นหรือว่าในห้องแช่แข็ง   

วิธีในการใช้   ให้เราหาผ้ามาห่อแผ่นเจลเอาไว้  ไม่ให้เอาเจลสัมผัสกับแผลตรงที่เราปวดหรือบริเวณนั้นโดยตรง  จากนั้นเราก็ทำการประคบตรงที่เรารู้สึกว่าเรามีอาการสัก  10-15 นาที แต่ว่าเราไม่ควรที่จะวางแผลเจลนั้นไว้  เราควรที่จะถือออกห่างจากบริเวณที่เราแผลออกมานิดหน่อย  จากนั้นเราก็ประคบ   เมื่อเรานั้นประคบเย็นเสร็จแล้ว   เราก็ควรที่จะประคบร้อน  เพื่อที่จะลดอาการฟกช้ำ  

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

สงสัยกันไหมว่า โคโรน่าไวรัสสามารถปนเปื้อนอยู่ในอาหารได้หรือไม่

คลังภาพ

ขนาดเนื้อไก่ยังพบการปนเปื้อนของเชื้อแบคท … อ่านเพิ่มเติม

การดูแลรักษาจุดซ่อนเร้นผู้หญิง

จุดซ่อนเร้นของผู้หญิงนั้นเป็นจุดที่บอบบางและควรให้ความสำคัญในการดูแลอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับผู้หญิงไปตลอดชีวิตและหากไม่มีการดูแลจุดซ่อนเร้นที่ดีและรักษาให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอนั้นก็อาจจะเกิดเป็นโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็วได้เช่นกัน จุดซ่อนเร้นจึงเป็นจุดที่ควรให้การดูแลและให้ความใส่ใจอย่างมาก

ซึ่งในผู้หญิงแต่คนโครงสร้างและสรีระร่างกายคนเรานั้นมีความแตกต่างกัน ทำให้บางครั้งการดูแลจุดว่อนเร้นนั้นก็อาจจะมีความแตกต่างกันไปตามบุคคลนั่นเอง

ผู้ที่ควรให้ความสำคัญในการดูแลจุดซ่อนเร้นมากที่สุดจะเป็นผู้หญิงที่เคยผ่านการมีบุตรมาแล้ว เพราะสำหรับคนที่เคยมีบุตรมาแล้วนั้น จุดซ่อนเร้นอาจจะไม่สดใสเหมือนก่อนมีลูก หรือบางครั้งการมีบุตรแล้วนั้นก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาต่างๆของจุดซ่อนเร้นนั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นช่องคลอดหย่อนคล้อย เป็นต้น และสำหรับผู้หญิงที่มีบุตรแล้วนั้นเมื่อเกิดปัญหาจุดซ่อนเร้นจุดใดสักหนึ่งจุดก็จะทำให้เกิดเป็นปัญหาเรื้อรังต่อๆไปนั่นเอง ดังนั้นแล้วผู้ที่มีบุตรแล้วควรจะให้ความสำคัญกับการดูแลและการรักษาความสะอาดจุดซ่อนเร้นอย่างมากเลยทีเดียว

และสำหรับการดูแลรักษาจุดซ่อนเร้นนั้นสามารถทำได้เองในขั้นตอนเบื้องต้น เช่นการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอคือการล้างจุดซ่อนเร้นให้สะอาดทุกครั้งที่อาบน้ำและอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการล้างจุดซ่อนเร้นในช่วงที่เป็นประจำเดือน เพราะประจำเดือนนั้นจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทรีเรียนั่นเอง

และหากไม่มีการล้างให้สะอาดก็อาจจะนำไปสู่การเป็นเชื้อราได้ และหลังอาบน้ำควรมีการเช็ดหรือวับให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่เพราะหากใช้ผ้าขนหนูในการเช็ด ซับ อาจจะทำให้เกิดแบคทรีเรียได้เช่นกัน เพราะผ้าขนหนูนั้นเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หลังจากเช็ดและซับแห้งแล้วไม่ควรทาแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้นเพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้

และควรสวมใส่กางเกงชั้นในที่มีการระบายอากาศได้เพื่อให้จุดซ่อนเร้นไม่เกิดการอับชื้นนั่นเอง  และการดูแลจุดซ่อนเร้นหลังการเข้าห้องน้ำก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากทีเดียว เพราะปัญหาต่างๆที่เกิดกับจุดซ่อนเร้นในผู้หญิงนั้นเกิดจากการที่เข้าห้องน้ำและมีการเช็ดหรือทำความสะอาด

ได้ไม่สะอาดจึงอาจจะเกิดเป็นการสะสมขอแบคทรีและอับชื้น อาจจะทำให้เกิดอาการเชื้อราได้ ดังนั้นหลังการเข้าห้องน้ำควรจะใช้กระดาษทิชชู่เปียกในการเช็ดหรือซับเพื่อเป็นการทำความสะอาดนั่นเองและตามด้วยทิชชู่แห้งเพื่อไม่เกิดการอับชืนในจุดซ่อนเร้น

และหากจุดซ่อนเร้นเกิดอาการเป็นเชื้อราหรือมีอาการต่างๆเช่น คัน แสบ เป็นต้น ควรเข้าพบแพทย์อย่างเร็วที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคต่างๆได้

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

โรคซิฟิลิส

โรคซิฟิลิส อาจจะเป็นชื่อที่คุ้นหูใครหลายๆคน เพราะว่า คนเป็นกันบ่อยเเละเคยมีการระบาดหนัก ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งโรคซิฟิลิส บางคนอาจจะเคยได้ยิน เเละไม่รู้ว่าโรคซิฟิลิสเป็นยังไง อาจจะคิดว่าไม่ค่อยร้ายเเรง

เเต่ถ้าเป็นโรคนี้เเล้วไม่รักษา ก็อาจทำไห้เสียชีวิตหรือตายได้ ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ในหมู่วัยรุ่น ไม่ใส่ถุงยาง ถ้าเกิดตั้งท้องมาโดยมีโรคซิฟิลิสเเฝงอยู่ในตัว ก็อาจจะทำไห้เด็กในท้องเสียชีวิตได้ โรคซิฟิลิส พบมากที่สุดในกลุ่มวัยรุ่น หรือวัยกำลังเจริญพันธุ์ โรคซิฟิลิส

จัดอยู่ในกลุ่มเเบคทีเรีย เป็นเเบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างเป็นเกลียว ในปัจจุบัน ที่พบได้ ก็มีกลุ่มทำงาน เวลาเขาไปสมัครงานจะมีการเจาะเลือด เเล้วหมอเจอเชื้อซิฟิลิส ซึ่งเขาก็ไม่รู้ตัวมาก่อน บางกลุ่มก็ตรวจเจอตอนตั้งครรภ์ บางคนก็มาหาหมอตอนมีอาการเเล้ว ระยะของการเป็นโรคซิฟิลิส จะเเบ่งออกเป็น4ระยะ

 ระยะที่1 มีเเผลหรือสะเก็ดเเผล ขึ้นบนอวัยวะเพศ ในระยะที่1 ถ้าทุกคนวางใจ หรือ ไม่ไปหาหมอ อาการเหล่านี้ก็จะหายไปเอง เเล้วก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร เป็นเเผลเฉยๆ เลยนิ่งนอนใจไป เพราะซิฟิลิสระยะแรกจะหายไปเองได้ ภายใน1-2เดือน

 ระยะที่2 มีผื่นเข้าตามร่างกาย เเละอวัยวะเพศ โดยเฉพาะฝ่ามือ ถ้าไม่ได้รักษา ก็จะหายไปได้เองอีก เเละคนที่เป็นอาจจะคิดว่าเป็นเเผลธรรมดา เลยไม่ได้ไปหาหมอ

 ระยะที่3 เป็นระยะที่ไม่เเสดงอาการอะไรเลย เเละสามารถเเพร่เชื้อไห้คนอื่นได้อย่างง่ายดาย เพราะถ้าคนที่ไม่รู้เป็นโรคซิฟิลิส เเล้วไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ก็ทำไห้คนอื่นติดเชื้อไปด้วยเพราะคนที่เป็นคิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะมันหายไปเอง เเต่จะเป็นระยะเรื้อรังเเล้ว ถ้าไม่ได้รักษาอีกก็จะเข้าสู่ระยะสุดท้าย จะเป็นอาการที่หนักที่สุด

 ระยะที่4 จะมีผลต่อระบบอวัยวะภายในโดยตรง เพราะเเผลที่เกิดจากโรคซิฟิลิส มันไปขึ้นอยู่ข้างในร่างกายของเรา ที่ไม่ใช่เเขนขา หน้า เเละลำตัว จะรักษายากเเละรักษาไม่ได้ ซึ่งระยะที่4 อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำไห้คนที่เป็นโรคซิฟิลิสเเต่ไม่ได้รับการรักษา เสียชีวิตได้ โรคซิฟิลิส จะคล้ายๆกับโรค Hiv เเต่โรคซิฟิลิส

ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เเละตามนัด เชื้อของโรคซิฟิลิส ก็จะหายไปจากตัวเรา เเละหายขาดได้อย่างเเน่นอนหากได้รับการรักษาได้ทันเวลา เเต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาจนถึงระยะเรื้อรัง คือรักษาไม่ได้เเละไม่หายเเล้ว อาจจะทำไห้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้นอย่าควรนิ่งนอนใจกับโรคซิฟิลิส

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย  ชุดตรวจ hiv