ใครที่มีปัญหาทางด้านของการได้ยินฟังทางนี้

หากพบว่าบุคคลที่อยู่รอบข้างของเรามีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินแล้วละก็เราควรพาไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ เพราะมีหลายคนไม่ให้ความสนใจในเรื่องของเสียงที่ได้ยินเบาลงหรือปัญหาเกี่ยวกับหู เพราะมองว่ามันไม่ได้ร้ายแรงอะไร หากคุณหรือคนรอบข้างคุณคิดแบบนี้ขอบอกเลยนะว่าคุณคิดผิดอย่างมหัน เพราะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะทุกส่วนของร่างกายนั้นสำคัญมาก หากมีอาการที่ผิดปกติก็ควรไปพบแพทย์ไม่ต้องรอให้เป็นมากๆเพราะอาจจะสายเกินแก้ไขอะไรได้ 

ในทางเดียวกันหากหูของท่านหรือคนรอบข้างของท่านพบว่ามีปัญหาให้คุณหรือบุคคลที่ท่านรู้จักที่เขามีปัญหานั้นไปทำการตรวจกับทีมแพทย์ที่มีความเชียวชาญทางด้านนี้ก่อน เพราะมันเสี่ยงที่จะเป็นเรื่องร้ายๆตามมา 

กรณีที่เกี่ยวกับหูนั้นหากมีการปล่อยปะละเลย สิ่งที่คุณจะได้ตอบแทนสำหรับการเพิกเฉยแบบนี้นั้นก็คือหูหนวก ซึ่งการเป็นหูหนวกนั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงสุดของอวัยวะของหู เพราะมันจะทำให้ท่านไม่ได้ยินอะไรอีกเลย ไม่ต้องบอกหรือให้เราอธิบายนะว่าหากหูหนวกแล้วจะมีผลกับการใช้ชีวิตอย่างไร

สำหรับบุคคลที่มีควมเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมที่ส่อว่าจะมีผลระยะร้ายแรงต่อหูได้นั้น เมื่อมีอาการที่ผิดปกตินิดหน่อยก็ให้รีบไปทำการตรวจรักษาได้เลย อย่าปล่อยให้เป็นเยอะ เพราะอะไรก็ตามที่มีความสำคัญกับร่างกายของเรานั้นหากมีการผิดปกติก็ไม่ควรที่จะรีรออะไรแม้แต่น้อยยิ่งเป็นกับผู้ที่มีอาการอยู่ในขั้นที่เสี่ยงด้วยแล้วยิ่งต้องรีบทำการรักษา

จะเห็นได้ว่าผู้ที่ไปทำการรักษาที่ช้าจนเกินไปก็เสี่ยงพิการทาการได้ยินด้วยกันทั้งนั้น ในบางรายที่ไปทำการรักษาได้ทันถ่วงทีก็อาจจะหาย ร้ายแรงสุดของพวกเขาก็แค่ต้องพึ่ง เครื่องช่วยฟัง เพื่อเป็นตัวช่วยให้ได้ยินแต่ส่วนใหญ่ทุกคนจะมองข้ามกันเสียมากกว่าไปพบแพทย์อีกทีก็แทบจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ดังนั้นหากคุณมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์โดยด่วน

อาการที่เป็นแล้วต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดมีดังนี้

อาการคันหูที่อยู่ภายในหู อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่คันธรรมดาแต่เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบภายในของหูของเราหากมีการที่ผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งก็อาจจะส่งผลให้เกิดอาการต่างๆเช่น อาการคัน อาการอักเสบ หรืออาการปวดและเจ็บ และยังมีอาการอื่นๆอีกมากมายที่เราไม่ได้หยิบยกมาให้อ่าน

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

Health บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร

บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร เป็นคำถามที่จริงๆแล้วก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่ในชื่อของมันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องมาอธิบายเพิ่มคือ เรื่องของการทำงาน เพราะว่าบุหรี่ไฟฟ้าก็มีอยู่หลายประเภทเช่นเดียวกัน มันไม่ต่างจากบุหรี่มวนนักหรอกที่มีอยู่หลากหลายชนิด บุหรี่มวนนั้นมีทั้ง

แบบมวนเอง หรือแบบมวนโรงงานที่มีก้นกรอง กระทั้งมียาสูบแบบให้ใบไม้มวน และก็ยังมีซิก้าร์อีก ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน นั้นก็เช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีหลายแบบเช่นเดียวกัน 

มาลองแยกคำดูและความเป็นบุหรี่ไฟฟ้ากัน คำว่าบุหรี่ ก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดการเผาไหม้และมาสารบางตัวเข้าร่างกายเพื่อผลลัพท์บางอย่างที่ผู้สูบอยากจะได้มันไป ซึ่งมีมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาลเลยทีเดียว และเมื่อมีคำว่าไฟฟ้าเข้ามา ก็ง่ายๆเลย คือการที่ใช้ระบบกลไกไฟฟ้าในการทำให้สิ่งที่เรียกว่าบุหรี่นั้นเกิดความร้อนพอที่จะทำให้สารที่เราต้องการนั้นระเหยกลายเป็นไอ

เพื่อที่จะเอามาสูดเข้าร่างกายก่อนที่จะเข้ากระแสเลือดนั้นเอง และบุหรี่ไฟฟ้านั้นก็เลยต้องมีกลไกไฟฟ้าเข้ามาประกอบด้วยอย่างเรื่องของ แหล่งให้พลังงานนั้นคือถ่านหรือแบตตารี่นั้นเอง และต่อจากนั้นก็คือสิ่งที่พลังงานจะต้องจ่ายเข้าไปเพื่อทำให้เกิดความร้อนขึ้น

จะเกิดความร้อนได้ก็ต้องมีคอยล์ร้อน ซึ่งมีหลายลักษณะหลายประเภทเช่นเดียวกัน ตรงจุดนี้แหละที่เป็นตัวแยกความต่างของบุหรี่ไฟฟ้าแต่ละประเภท ต่อมาสิ่งสำคัญที่สุดก็คือตัวน้ำยาหรือตัวมวนบุหรี่ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น ตัวน้ำยานี่แหละเป็นตัวสำคัญที่เราจะต้องลงลึกกันหน่อย แต่ก็ไว้ค่อยเป็นบทความถัดไปละกันล่ะ 

น้ำยานั้นมีไว้เพื่ออะไรและทำไมถึงสำคัญนัก น้ำยานั้นเป็นของที่ตัวทำความร้อนจะต้องทำให้ระเหยเป็นไอเพื่อที่จะสูดดมเข้าไป น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั้นก็จะถูกผลิตขึ้นและใส่เฉพาะสารที่จำเป็นสำหรับนักสูบทั้งหลายที่ยังคงติดบุหรี่อยู่ แน่ๆล่ะต้องมีสารนิโคติน ซึ่งสารตัวนี้ก็จะมีระดับความเข้มข้นต่างๆกันไปของแต่ละผู้ผลิตน้ำยา

ตรงจุดนี้มีข้อดีที่เราสามารถเพิ่มหรือลดสารตัวนี้ได้ตามต้องการ สารต่อไป โพรไพลีนไกลคอล สารนี้ก็มีไว้เพื่อทำให้ตัวน้ำยานั้นสามารถระเหยไปเป็นไอได้ทั้งหมด ต่อมา กลีเซอรีน ตัวนี้ก็เป็นตัวผสมเพื่อให้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นอาหารหรือยาได้ เป็นเหมือนกันเล่นแง่นิดหน่อย และสุดท้ายเป็นตัวที่ทำให้เหล่านักสูบเพลิดเพลินกับการสูบ นั้นก็คือสารแต่งกลิ่นนั้นเอง

ซึ่งในยุคสมัยนี้ก็มีการใช้สารแต่งกลิ่นเป็นกลิ่นต่างๆมากมายจนไม่สามารถลิสออกมาได้เลย และนี่ก็คือความรู้เบื้องต้นของคำว่าบุหรี่ไฟฟ้า

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick

ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ไหม

ตอนนี้โรคเอดส์ไม่ได้น่าสะพรึงกลัวอีกต่อไป เนื่องจากมีการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ และก็การป้องกันการได้รับเชื้อเอชไอวีตามสื่อต่างๆอย่างมากมาย ทำให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการได้รับเชื้อเอชไอวีและก็โรคเอดส์กันเยอะขึ้นแล้วก็ล่าสุดเมื่อช่วงกลางปี คำถามที่หลายๆคนสงสัยว่า ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ไหม

ปัจจุบันนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกประกาศปลดล็อกให้ประชาชนสามารถหาซื้อชุดตรวจคัดกรองไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องด้วยตนเองได้จากร้านขายยาเป็นช่องทางให้กับผู้ที่อยากตรวจ ไม่สะดวกที่จะไปตามโรงพยาบาล ได้หา ซื้อ ชุดตรวจ hiv ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

จากการที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ออกประกาศปลดล็อกให้ ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ขายให้แก่ประชาชนทั่วๆไปได้ ก็เลยถือได้ว่าเป็นข่าวดีที่จะทำให้การตรวจยืนยันและก็ตรวจพบเชื้อแก่คนที่ไปเสี่ยงมาทำได้ไวเยอะขึ้น

เมื่อตรวจเจอเชื้อได้ไว ก็จะมีผลให้สามารถรักษาแล้วก็รีบรับยาต้านได้ไว ลดเสี่ยงกระจายเชื้อ เข้าถึงการรักษาไว จากเดิมที่จะต้องให้ประชาชนเดินทางไปตรวจในสถานพยาบาลแค่นั้น ก็จะสามารถหาซื้อได้ในร้านขายยา แต่ว่าถ้าหากพบการได้รับเชื้อควรจะตรวจยืนยันซ้ำที่ โรงพยาบาล เพื่อเป็นการการันตีผลที่แน่ชัด

เลขาธิการคณะกรรมการของกินแล้วก็ยา (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) บอกว่า สาระสำคัญของการแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข คือมีการระบุนิยามสำคัญที่เกี่ยวข้องกำหนดคุณภาพมาตรฐานและก็ข้อกำหนด ซึ่งจำต้องผลิตโดยผู้ผลิตที่ได้รับการยืนยันระบบคุณภาพการผลิตตามมาตรฐานระดับประเทศหรือมาตรฐานระหว่างประเทศ อย่างเช่น หลักเกณฑ์ และก็วิธีการที่ดีสำหรับในการผลิต (GMP) ISO 13485

รวมทั้งกำหนดให้แสดงฉลากต่อผู้บริโภคในประเด็นที่สำคัญต่างๆอาทิเช่น ข้อบ่งใช้ วิธีการใช้ ขั้นตอนการเก็บรักษา คำเตือน ข้อควรระวัง องค์ความรู้เกี่ยวกับระยะการตรวจหาการติดเชื้อไม่พบของชุดตรวจนั้นๆแบบประเมินการเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวีด้วยตัวเอง ช่องทางการให้ข้อมูลสนับสนุนของผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าสำหรับในการใช้ชุดตรวจดังกล่าวผ่าน QR Code หรือเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลแล้วก็ความรู้ สาธิตกระบวนการตรวจ การสรุปผล การเชื่อมเข้าสู่ระบบบริการ หมายเลขโทรศัพท์ที่ให้คำแนะนำเพิ่มเติมอีกโดยตรงได้

นอกจากนั้นยังให้ผู้รับใบอนุญาตผลิต หรือนำเข้าจัดให้มีเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลที่ผู้ถูกตรวจควรจะรู้ ก่อนจะมีการตรวจ รวมทั้งภายหลังทราบผลการตรวจ โดยอยู่ในภาชนะบรรจุ เพื่อกระบวนการให้คำแนะนำมีความชัดเจน ตลอดจนการเชื่อมเข้าสู่ระบบบริการตรวจวินิจฉัย รับรอง รักษาแล้วก็ป้องกัน โดยอาจทำในลักษณะขั้นตอนหรือกระบวนการที่ชัดเจน ดังนี้ ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะต้องผ่านการตรวจสอบจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศฯ กำหนด

บิ๊กไบค์มือสองยอดนิยม

รถมอไซค์เก่าราคาดี

สวัสดีเพื่อนๆครับ สำหรับบทความนี้ผมจะมาพูดเรื่องของ บิ๊กไบค์มือสอง หรือ มอเตอร์ไซค์รุ่นเก่าๆที่ยังพอเป็นกระแสนิยมในปัจจุบันนี้ สำหรับสายแต่งและสายใช้งานกันเลยทีเดียวจะมีรุ่นอะไรบ้าง ลองไปรับชมกันได้เลยครับ

Honda Sonic 125 ถ้าพูดถึง sonic 125

ไม่มีใครไม่รู้จักกันเลยนะครับสำหรับรถกระเทย 4 จังหวะยอดฮิตของไทยในอดีต สำหรับโฉมที่ยังนิยมกลับมาทำนะครับเป็นโฉม 1 และโฉม 2 นะครับ โฉม 1 ก็คือรุ่นแรกส่วนโฉมสองก็เป็นโซนิคอุลตร้าแมนนั่นเองครับ ถือว่าเป็นเศษเหล็กไปช่วงซักพักใหญ่ๆได้เลยนะครับ ก่อนที่จะมีช่างเก่งๆหรือช่างที่เป็นสายนิยมปั้นนำกลับมาเล่นกันอีกครั้งนะครับ

ถือว่าเป็นรถที่ทรงคุณค่ากันทีเดียวเลยนะครับผม การแต่งยังไปได้หลายแนวหลายสไตร์ถือว่ายังไม่ตกยุคนะครับสำหรับ sonic 125 แต่ก็ยังไม่เป็นกระแสมากมายหรือเป็นที่โด่งดังมากมาย สุดท้ายเจ๊นล่าสุดเนี่ยก็ไม่ค่อยมีคนนิยมนำกลับมาเล่นซักเท่าไหร่นะครับ ก็จะเป็นเจ็น1กับเจ็น2ซะมากกว่านะครับ

Yamaha Mio 115

ถ้าพูดถึงโฉมที่นิยมกันในทุกวันนี้นะครับใครๆก็คงรู้จัก mio ตัวแรกเป็นรถออโต้เมติกรุ่นแรกจากค่าย yamaha นั่นเองครับ ในช่วงที่ออกมาแรกๆคนจะมองว่านี่มันรถอะไรบางคนเขาก็ไม่เข้าใจนะครับ ถือว่าเป็นรถสไตร์ใหม่ในยุคนั้นเลยก็ว่าได้นะครับ เพราะว่าเป็นรถออโต้ไม่มีเกียร์ ไม่มีครัชที่ต้องมาบีบ เป็นรถออโต้เมติกสายพานนั่นเองแต่ถือว่าเป็นของแปลกในยุคนั้นคนเลยไม่ค่อยนิยมกันซักเท่าไหร่ แต่ในเวลาต่อมา mio โฉมใหม่ก็ออกมาตีตลาดกันได้แบบว่าดีกันเลยทีเดียวนะครับ

แต่ช่วงหลังๆก็มีคนนิยมนำกลับมาเล่นกันใหม่สำหรับ mio โฉมแรก แต่ก็จะมีโฉมลายจีนหรือโฉมตัวท๊อปก็จะมีสายย่อยๆไล่ออกไปนะครับแต่ถือว่าในช่วงนี้เป็นโฉมที่นิยมนำกลับมาเล่นมากที่สุดตอนนี้นั่นเองนะครับ ราคาก็ไม่ได้แพงมากนะครับจะอยู่ที่ราคา 8000 จนถึง 20000 บาทขึ้นไป

 Honda Dio

ถ้าพูดถึงรถป๊อปสไตร์ญี่ปุ่น หลายๆท่านก็คงจะนึกถึงชื่อ honda Dio เป็นอันดับแรกเลยถ้าพูดถึงฮอนด้าดีโอมันก็จะมีหลายโฉมเลย และโฉมที่นิยมในปัจจุบันที่ก็บอกได้เลยว่าแทบทุกโฉมกันเลยทีเดียวครับ แต่ในระยะก่อนหน้านี้เนี่ย จะเป็นโฉม zx ขึ้นไปนะครับ ก็จะเป็น zx34 อะไรประมาณนี้นะครับจะค่อนข้างใหม่นิดนึงและก็จะเป็นโฉมที่ค่อนข้างสวยนะครับ

แต่ ณ วันนี้ตั้งแต่ AF18 จนถึง AF28 ถือว่าคนยังนิยมกันทุกโฉมนะครับเป็นรถที่หายากเป็นรถเก็บกันแล้ว ช่วงหลังๆก็มีกระแสที่คนนิยมนำไปเล่น ถ้าพูดถึงราคาแล้วเนี่ยก็ราคาอยู่ตั้งแต่ 10000 บาทขึ้นไปเลยทีเดียว หรือถ้าใครสนใจเจอสภาพดีๆ ก็ซื้อเก็บไว้ราคาคงจะไม่ตกง่ายๆแน่นอนครับ

สีผม กับสุขภาพหนังศีรษะ

สีผม กับสุขภาพหนังศีรษะ
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องความสวยสดงดงามแล้วนั้น จำต้องบอกเลย ว่าเรื่องที่อยู่คู่ผู้หญิงมานานมากๆ แล้ว คือ ในเรื่องของเทรนต่างๆ ที่เกี่ยวกับสีผม มีการเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่นเชียวละ ยังไม่พอนะ การเปลี่ยนสีผมที่บ่อยมากนั้นยังเป็นที่นิยมมากมาย ในกลุ่มวัยรุ่นอีกด้วย โดยพวกเราสามารถที่จะพินิจได้จากการที่สินค้าย้อมสีผมของแบรนด์ต่างๆ แข่งขันกันเปลี่ยนแปลงแบบอย่างเพื่อออกมาเอาอกเอาใจลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในแบบเป็นน้ำหรือแบบโฟม ที่ได้ผลโดยทันทีหลังจากผ่านกระบวนการทำสีผม อย่างไรก็แล้วแต่ถึงแม้การย้อมสีผมนั้นจะช่วยเสริมให้เราดูดี แต่มันก็สามารถเป็นอันตรายต่อผู้ที่ทำสีผมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งหนังหัว โรคภูมิแพ้ หรือแม้กระทั้งโรคผมร่วง และโรคอื่นๆ

ทั้งนี้ทางด้านของแพทย์สุวินัย บุษราคัมวงษ์ แพทย์สาขาอายุรกรรม แผนกประกันสังคม โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 พูดว่า การที่วัยรุ่นนั้น ถูกใจและก็คุ้นชินกับแนวทางการทำสีผมเป็นประจำนั้นอาจก่อให้เส้นผมที่ผ่านสารเคมีนั้นไม่แข็งแรงหลุดตกได้ง่าย และก็ยังเป็นเหตุให้มีอันตรายต่อบริเวณใบหน้าหรือระคายต่อหนังหัวทำให้ผิวหนัง เป็นแผลได้ และก็ก่อกำเนิดโรคภูมิแพ้โรคหนังหัวแห้งแล้วก็ที่สำคัญอาจก่อให้เป็นโรค เช่น โรคมะเร็งหนังหัวได้

ที่ทำให้เป็นแบบนี้ เพราะอะไรรู้หรือไม่ ที่เป็นแบบนี้เพราะด้วยเหตุว่าในน้ำยาทำสีผมนั้นมีสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดแล้วก็ด่าง 5 ตัวหลักๆรวมกัน พวกเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

– สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไชด์
จะมาจากสารฟอกสีผมแล้วก็ฆ่าเชื้อโรค ก็เลยมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการทำลายเส้นผมกัดสีผมและก็หนังหัว ก่อเกิดอาการอักเสบแล้วก็ระคายต่อหนังหัว ตลอดจนทำให้เส้นผมแห้งเสียได้

– สารฟีนิลินไดอะมี หรือสีย้อมผมจำพวกถาวรนั้นเป็นสารเคมีอันตราย
ด้วยเหตุว่าเมื่อซึมซับไปสู่หนังหัวแล้ว อาจจะเป็นผลให้เกิดอาการเคือง และหากมีการสะสมอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ อาจจะทำให้กลายเป็นโรคมะเร็งหนังหัวได้

– แอมโมเนีย
สารนี้นั้น จะช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการทำให้สีที่ย้อมลงไปบนผมของพวกเรานั้นติดผมของพวกเราทนนานรวมทั้งเวลาเดียวกันสารดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วยังมีฤทธิ์เป็นกรดและก็ด่าง ซึ่งสามารถกัดเส้นผมแล้วก็หนังหัวได้ ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเสีย ผมไม่แข็งแรง ขาดร่วง และยิ่งทำให้รากผมอ่อนแอลง หรือ

– สารซิลเวอร์ไนเตรต
สารนี้เป็นสารเคมี ที่ช่วยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกปิดผมขาว โดยตัวสารนี้เมื่ออยู่บนหนังหัว จะทำปฏิกิริยากับอากาศแล้วเปลี่ยนแปลงให้เส้นผมกลายเป็นสีดำ ซึ่งสารตัวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมีคุณลักษณะที่นำไปสู่การระคายเคือง ถ้าเกิดเข้าตาอาจจะก่อให้ตาบอดได้

– เลดอะซีเตด
สารนี้นั้น จำต้องบอกให้รู้เลย ว่าเป็นสารตะกั่วที่ใช้ในครีมปกปิดผมขาว ประเภทที่ไม่ต้องล้างออก เหมือนกันกับสารซิลเวอร์ไนเตรต เนื่องด้วยสารตะกั่วนี้มีคุณลักษณะคล้ายกับสารตะกั่วที่ผสมในน้ำมันในอดีตกาล โดยเหตุนี้แม้สะสมภายในร่างกาย บางทีอาจทำลายสมองกับประสาทสัมผัสได้ ที่สำคัญสารนี้ยังจัดอยู่ในสารก่อโรคมะเร็งด้วยเช่นเดียวกัน

แม้กระนั้น พวกสารเคมีทั้งหลายที่ประกอบอยู่ในน้ำยายืดผมและดัดผมนั้น สามารถทำให้เป็นอันตรายกับหนังหัวได้เช่นเดียวกันกับน้ำยาย้อมผม เพราะว่าส่วนประกอบที่ใช้นั้นจะคล้ายกัน ประกอบกับการดัดหรือยืดผมนั้นจำต้องใช้ความร้อนร่วมด้วย ก็เลยทำให้เส้นผมอ่อนแอแล้วก็บอบบางลงได้ เหมือนกันกับแนวทางการทำสีผมนั่นเอง

การใช้หูฟังมีผลเสียต่อการได้ยินได้อย่างไร

เราชอบฟังเสียงต่างๆเพื่อให้ได้อรรถรสหรือได้ยินฟังชัด ยิ่งเป็นการดูหนังหรือฟังเพลงด้วยแล้วยิ่งทำให้มีความตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก การใช้หูฟังในการดูแอพหรือเล่นแอพต่างๆจึงเป็นต้นเหตุของการทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน เพราะการฟังที่มากจนเกินไปก็ส่งผลโดยตรงให้กับหูของเรามากเช่นกัน

ซึ่งหลักการที่แพทย์ได้มีการระบุไว้เกี่ยวกับข้อจำกัดในความดังของเสียงอยู่ที่ 90 เดซิเบล ซึ่งหากเรามีการฟังที่ยาวนาน ผลที่เกิดก็ย่อมมีโอกาสสูงเช่นกัน 

สำหรับเสียงที่มีความดังของหูฟังน่าจะอยู่ที่ประมาณ 85 เดซิเบลหรืออาจจะมากกว่านั้นบบางรุ่นอาจจะถึง 104 เดซิเบล ด้วยแหละเนื่องจาการรับฟังเสียงเหล่านี้หากมีความดังมากในระดับนี้เป็นเวลานานๆมันต้องส่งผลถึงระบบประสาทหูอย่างแน่นอน

และนั้นก็คือการเป็นต้นเหตุให้ท่านอาจจะเป็นหูหนวก หูตึง ที่จะต้องพึ่งเครื่องช่วยฟัง อย่างแน่นอนหากไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆแบบนี้

ทราบหรือไม่ว่าการรับฟังเสียงที่มีความดังมากเกินไป ทำให้เกิดการสูญเสียในเรื่องของประสาทหูได้

เสียงที่เราได้ยินนั้นจะทำการผ่านช่องของหูเป็นการเปลี่ยนจากคลื่นพลังงานให้เกิดเสียง เพราะเนื่องจากขนที่อยู่ภายในหูของเรานั้นจะเป็นตัวช่วยเพื่อการส่งสัญญาณต่างๆเหล่านี้นั่นเอง

กระบวกการเปลี่ยนแปลงจะระบบคลื่นนั้นจะทำการส่งต่อไปเป็นทอดๆเพื่อเป็นการส่งไปยังประสาทของหู เหตุการณ์เหล่านี้สามารถสร้างความเสียหายให้แก่หูของเราได้ง่ายหากมีการส่องคลื่นพลังงานที่มีความดังมากและเป็นเวลานานๆ 

ผลเสียหายจากการได้ยินที่ดังระดับนี้ เป็นการทำให้เราไม่สมประกอบได้เลยแหละ เราอาจจะเห็นคนที่มีปัญหาในเรื่องของเสียง ซึ่งพวกเขานั้นจะต้องคอยพึ่งตัวช่วย อย่างเช่น เครื่องช่วยฟัง เพื่อเป็นการช่วยยให้ตนได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเป็นเพราะต้นเหตุมาจากการฟังอย่างเดียวนะ เพราะการผิดปกติเหล่านี้ มันเกิดจากกรรมมพันธ์และเกิดจากอุบัติเหตุต่างๆได้เช่นกัน 

หากท่านไม่ได้เป็นโดยกรรมพัธ์หรือจากอุบัติเหตุ แต่มีอาการผิดปกติต่างๆ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวิฉัยให้ถูกกับอาการ จะได้รีบแก้ไขให้ถูกทางหากมีการได้ยิน เสียงต่างๆที่ก้องอยู่ในหูของท่าน หรือไม่ได้ยินอะไรเลย หรืออาจจะได้ยินแต่ไม่ชัดเท่าไหร่นัก ก็ควรรีบทำการพบแพทย์โดยด่วน

กล่าวคือการใช้หูฟังไม่ผิด แต่ระดังความดังในการฟังส่งผลให้เกิดการเสื่อมเสียของหูเราได้ ดังนั้นเราควรเลือกใช้หูฟังอย่างเหมาะสม และไม่ควรเปิดดังจนเกินไป หากไม่มีความจำเป็นในการใช้หูฟังก็ไม่ควรใช้ให้มากเกินไป ควรใช้แค่พอดีและให้เหมาะสมกับการใช้งาน

 

แพ้กุ้ง ต้องระวัง

ปัจจุบันอาการแพ้เกิดขึ้นอย่างมากมาย และหลากหลายทั้งแพ้อากาศ แพ้สัตว์ แพ้อาหาร ที่สำคัญเลยคือการแพ้อาหาร อาหารเป็นสิ่งที่คนเราทานเข้าไปทุกวัน เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ดี เพราะหากกินอะไรเข้าไปแล้วแพ้ขึ้นมาจะทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งอาจจะรุนแรงหรือไม่รุนแรงก็ได้ อาการแพ้อาหารที่พบในปัจจุบัน จะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ

1.แสดงออกมาทางผิวหนัง คือ มีอาการผื่นคันขึ้น ตามร่างกาย
2.แสดงอาการที่ระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง
3.แสดงอาการที่ระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด บางรายมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

บางครั้งเราอาจะไม่เคยมีอาการแพ้อะไรมาก่อน พึ่งมามีอาการแพ้ในตอนวัยรุ่นหรือเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งกรณีแบบนี้พบได้บ่อยและสามารถเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า อาการแพ้ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันภายในร่างกายบกพร่องอาจมีสาเหตุมาจากการทำงานหนัก กินอาหารไม่ถูกสัดส่วน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือหลายปัจจัยร่วมกัน

จากงานวิจัยการแพ้กุ้งพบชนิดที่มีคนแพ้มากที่สุดมีผลสรุปว่า
– กุ้งน้ำจืดที่ทำให้เกิดอาการแพ้มากที่สุด คือ กุ้งก้ามกราม
– กุ้งทะเลที่ก่อให้เกิดการแพ้ คือ กุ้งกุลาดำ

ซึ่งในบางครั้งเราอาจจะเกิดอาการแพ้กับกุ้งชนิดเดียว หรือมากกว่า 1 ชนิด ก็เป็นได้
สารก่อภูมิแพ้ที่จำเพาะต่อคนไทยในกุ้งก้ามกราม คือ โปรตีนฮีโมไซยานิน ส่วนสารก่อภูมิแพ้ในกุ้งกุลาดำ คือ โปรตีนลิพิด บายดิง (lipid binding protein) และโปรตีนแอลฟาแอกตินิน(alpha actinin protein)

สัญญาณเสี่ยงโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะ รุนแรงขนาดไหน?
จริงแล้วหากทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงสูงจะป่วยเป็นโรคกระเพาะควรที่จะรีบมารักษา เพราะสามารถรักษาให้หายได้ โดยการให้ยาตามอาการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่หากปล่อยไว้นานจากที่ป่วยโรคกระเพาะธรรมดาก็อาจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น ภาวะแทรกซ้อนจนเกิดอาการเลือดออกไม่หยุดในบริเวณที่เกิดแผล หรืออักเสบ และหากอาการดังกล่าวเกิดการเรื้อรัง จะทำให้คุณนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคที่ร้ายกว่า อย่างเช่นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารและโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของกระเพาะอาหารได้ ฉะนั้น ต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดี รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

สัญญาณเสี่ยงบอกว่าใกล้จะเป็นโรคกระเพาะ
อย่างที่ทราบกันดีว่าหากคุณป่วยเป็นโรคกระเพาะมักจะมีอาการปวดท้องแบบไม่เลือก ไม่ว่าจะ อิ่มก็ปวด หิวก็ปวด ซึ่งอาการปวดโดยทั่วไปแทบจะแยกไม่ออกว่านี่คือปวดท้องเป็นโรคกระเพาะหรือปวดท้องด้วยสาเหตุอื่นกันแน่น ฉะนั้น เราลองเปลี่ยนจากที่ต้องวิเคราะห์อาการปวดท้องตัวเองมาสังเกตตัวเองกันดีกว่าว่าเสี่ยงโรคกระเพาะหรือไม่ กับ 5 สัญญาณเสี่ยงใกล้จะเป็นโรคกระเพาะ
1. มีอาการปวดท้องแบบจุกๆ แสบๆ เกิดขึ้นตรงบริเวณเหนือสะดือ หรือแถวๆ ลิ้นปี่จะเป็นอาการปวดที่จี๊ดขึ้นมาให้คุณตกใจ และจู่ๆ ก็หายไป
2. เวลาที่หิว หรือเวลาที่อิ่มก็จะมีอาการปวดท้องทางฝั่งขวามือ เป็นอาการที่ไม่ได้ปวดมาก และเมื่อกินยาลดกรดเข้าไป อาการก็จะบรรเทาลง
3. มีอาการปวดแสบบริเวณท้อง บางครั้งก็จะเจ็บขึ้นมาถึงตรงลิ้นปี่ โดยไม่ได้เกี่ยวว่าเราจะท้องว่าง หรืออิ่มแล้ว
4. ปวดท้องขณะที่หลับอยู่จนทำให้เราต้องตื่น เป็นอาการที่ทำให้เราสามารถรู้สึกตัวขึ้นมาได้แม้ว่าหลับก็ตาม
5. มีอาการปวดท้องมากๆ จนอาจเกิดอาการข้างเคียง คือ อาเจียน หรือบางทีถึงขั้นที่ถ่ายเป็นเลือด

ข้อเท็จจริงในทางการแพทย์อาการปวดท้องที่แสดงว่าเป็นโรคกระเพาะหรือไม่ ก็ยังคงมีความก้ำกึ่งในการวิเคราะห์หรือแยกอย่างชัดเจน ซึ่งแม้แต่แพทย์เองก็ยังต้องมีการทดสอบว่าเป็นโรคกระเพาะอักเสบจริง หรือว่าป่วยด้วยโรคอื่น เพื่อให้เกิดผลดีต่อการรัษาและการดูแลตนเองของผู้ป่วย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาถึงอาการปวดท้องเนื่องจากสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อจะได้ลดความวิตกกังวลไป

24 ชม. ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นไข้หวัด

ในรุ่งเช้าหากตื่นขึ้นมือแล้วรู้สึกมีอาการแปลกๆ ไปจากทุกวัน รู้สึกไม่สบายตัว คอแห้ง เจ็บคอนิดๆ ไอ หรือจาม นั่นอาจเป็นอาการที่แสดงว่าคุณกำลังจะเป็นไข้หวัดเข้าซะแล้ว! คราวนี้ถ้าคุณเริ่มรู้ตัวแล้วว่าจะไม่สบายแน่ๆ คุณจะทำอย่างไร ให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นได้ก่อนถึงเวลาเข้านอนอีกรอบ  งั้นทำอย่างนี้ดีไหม ถ้าคุณทำตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองของเราอาการไข้หวัดอาจจะหายไปภายใน 24 ชม.

8 โมง : วินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง
หากคุณไม่อยากหยุดงานเพื่อพักผ่อน คุณลองหาเทอโมมิเตอร์วัดไข้มาวัดดู ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศา และมีอาการไอ เวียนหัว ก็ควรโทรหาออฟฟิศเพื่อลางาน ซึ่งถ้าขืนยังฝืนร่างกายอยู่ อาจป่วยในระยะยาวได้ การพักผ่อนอย่างเพียงพอในวันนี้ จะช่วยให้คุณทำงานได้ 100% ในวันรุ่งขึ้น

9 โมง : ดื่มให้เยอะ
การรักษาร่างกายให้ชุ่มชื้นด้วยการดื่มน้ำ ถือเป็นจุดเริ่มที่ดีในการรักษา ไข้หวัด อาจเริ่มวันด้วยน้ำส้ม หรือไม่ก็วิตามินซี 2-3 เม็ด ตามด้วยดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ สำหรับการทานวิตามินซีอาจจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของคุณ แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วระหว่างวัน น้ำช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย ยิ่งหากเป็นไข้เหงื่อออกเยอะ ก็ควรชดเชยน้ำที่ร่างกายเสียไป และถ้าคุณมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น ไมเกรน การขาดน้ำจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่

10 โมง : กินยาระงับอาการ
หากจำเป็นต้องพึ่งยา พาราเซตามอล หรือบรูเฟนก็ช่วยลดไข้ได้ดี แถมยังป้องกันไม่ให้คุณขาดน้ำไปมากกว่านี้ด้วย และยาเหล่านี้ยังไปกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้นและทำให้ฮึดสู้กับเชื้อโรคมากขึ้น ดังนั้นการกินยาระงับอาการเหล่านี้ในตอนเช้าซะ และกินซ้ำทุกๆ 4 ชั่วโมง เพื่อเป็นการยับยั้งอาการตั้งแต่แรก และกำจัดเชื้อโรคในร่างกายได้ทันท่วงที

เที่ยงตรง : กินอาหารเบาๆ
คุณจำเป็นต้องชดเชยวิตามินที่สูญเสียไปให้แก่ร่างกาย ลองทานอาหารเบาๆ แล้วมีประโยชน์ เช่น ข้าวต้มทรงเครื่องใส่ไก่ หรือซุปไก่ โปรตีนจากไก่ช่วยสร้างภูมิต้านทานได้ดี ใส่หัวหอมเยอะ ๆ นะ มันช่วยเรื่องบรรเทาการติดเชื้อ แถมขจัดสารพิษในร่างกายได้ดีด้วย หรือง่ายๆ เลย หรือคุณจะเลือกทานกล้วย เพราะมีโปรแตสเซียมช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ ถ้าจะให้ดี จิบน้ำขิงผสมน้ำผึ้งด้วยก็จะดี เพราะขิงมีสรรพคุณในการลดไข้ ช่วยบรรเทาอาการไอ ยิ่งสูดไอร้อนๆ ของน้ำขิงที่ชงใหม่ๆ การทานน้ำขิงหรือสูดกลิ่นไอของน้ำขิงที่พึ่งชงเสร็จจะช่วยทำให้ทางเดินหายใจจะโล่งขึ้นมาก แต่ถ้าหาน้ำขิงไม่ได้จะจิบชาเขียวร้อนๆ ก็พอทดแทนได้เหมือนกัน

บ่าย 3 โมง : เบิ่งตาตื่นเอาไว้
แม้คุณต้องการพักผ่อน แต่หากนอนทั้งวันจะทำให้ตาค้างในตอนกลางคืนได้ง่าย ๆ จะยิ่งรู้สึกแย่ลงอีกในตอนเช้า ดังนั้นแค่นอนหลับสั้นๆ ประมาณไม่เกิน 40 นาทีก็พอ เพราะคุณอาจเข้าสู่ขั้นหลับลึกหลังจากนั้น และรับรองว่าตื่นขึ้นมาเวียนหัวแน่ๆ ดังนั้นถ้าหักคุณง่วงก็ลองลุกขึ้นมาเดินเพื่อผ่อนคลายร่างกายให้ได้เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง

5 โมงเย็น : เดินเล่นหน่อยนะ
หากคุณเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว ลองเดินซัก 10 นาทีในยามเย็น การเดินเบาๆ จะช่วยให้ฟังก์ชั่นในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น คุณจะรู้สึกดีขึ้นในไม่ช้า เดินไปใกล้ๆ ถึงแค่มินิมาร์ทที่หัวมุมถนน แล้วซื้อนมมาซักกล่องท่าจะดี

3 ทุ่ม : เข้านอนได้แล้ว
เข้านอนให้เร็ว แต่ไม่ผิดเวลาเกินกว่า 1 ชั่วโมงของเวลาที่คุณเข้านอนปกติ เพื่อรักษารูทีนเดิมๆ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าหลับได้ดีด้วย นอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพราะร่างกายคุณต้องการสร้างโกรทฮอร์โมน เพื่อช่วยรักษาพยาบาลร่างกาย ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ร่างกายของเราจะได้ซ่อมแซมรักษาตัวเอง

เพียงแค่คุณทำตามที่กล่าวมานี้รับรองได้เลยว่า อาการต่างๆ ที่เหมือนจะไม่สบาย หรือไม่สบายแล้ว ค่อยๆ บรระเทาลง หรือหายไป

 

อันตรายจาก ‘ผงชูรส’ ร้ายแรงแค่ไหน

“ผงชูรส” ไม่ใช่เครื่องปรุงที่อันตรายต่อร่างกายในแง่ของส่วนผสม เพราะอย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าผงชูรสแท้ผลิตด้วยการหมักกากน้ำตาลจากอ้อย หรือน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติ แต่ผงชูรสก็มีผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ในกรณีที่คนกินมีอาการแพ้ หรือกินมากเกินไป

ทำไมคนถึงนิยมใส่ผงชูรสลงไปในอาหาร ?
นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ความนิยมในการใส่ผงชูรสในอาหาร โดยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้อร่อยขึ้นนั้น ความจริงผงชูรสมีชื่อเรียกว่า โมโนโซเดียมกลูตาเมต ซึ่งมีส่วนประกอบของโซเดียมด้วย ผงชูรสจะละลายไขมันให้ผสมกลมกลืนกับน้ำ ทำให้มีรสเหมือนน้ำต้มเนื้อและกระตุ้นปุ่มปลายประสาทของลิ้นกับคอทำให้อาหารมีรสหวานอร่อย

อันตรายจาก “ผงชูรส”
ในกรณีที่มีอาการแพ้ต่อผงชูรส หรือรับประทานอาหารที่ใส่ผงชูรสมากเกินไป อาจเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ ดังนี้

  1. รู้สึกชาที่ปาก ลิ้น หรือบริเวณใบหน้า และหู
  2. ปวดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก
  3. หัวใจเต้นช้าลง
  4. หายใจไม่สะดวก
  5. ปวดท้อง
  6. คลื่นไส้ อาเจียน
  7. กระหายน้ำ
  8. วิงเวียนศีรษะ
  9. หากมีอาการแพ้มาก ๆ หัวใจอาจเต้นเร็วขึ้นผิดปกติ
  10. อาจอันตรายถึงขั้นเป็นอัมพาตชั่วคราวได้
  11. หญิงมีครรภ์อาจส่งอันตรายถึงลูกในครรภ์ได้

นอกจากนี้ ทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนนั้น หากได้กินผงชูรสเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสมองในเด็กวัยนี้ ยังไม่รวมถึงภาวะที่ได้รับเกลือโซเดียมมากเกินไปทำให้ไตเกิดการทำงานมากขึ้นอีกด้วย

การป้องกันอันตรายจากผงชูรส
ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงร้านค้าที่ใส่ผงชูรสมากเกินไป และร้านค้าเองควรใส่ผงชูรสในปริมาณน้อย หรือทางที่ดีที่สุดคือการใช้น้ำซุปที่ต้มจากกระดูกสัตว์แทนการใส่ผงชูรส หรือผงปรุงรส นอกจากนี้การใส่เครื่องปรุงรสอื่น ๆ ก็ให้รสชาติกลมกล่อมได้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ผงชูรสจำนวนมากเพื่อเพิ่มรสชาติแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อผงชูรสไปทำอาหารที่บ้านเอง รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร ควรเลือกซื้อผงชูรสแท้ที่หีบห่อหรือกระป๋องบรรจุขอบผนึกต้องไม่มีรอยตำหนิ ฉลากพิมพ์เป็นตัวหนังสือภาษาไทยชัดเจน ไม่เลอะเลือน และต้องระบุชื่ออาหารแสดงคำว่า “ผงชูรส” ตลอดจน มีเลขทะเบียนตำรับอาหาร (อย.) ระบุชื่อที่ตั้งของผู้ผลิต เดือนปีที่ผลิต รวมทั้งน้ำหนักสุทธิอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันผงชูรสปลอม