สุขภาพที่ดี

สุขภาพทุกคนปรารถนาที่อยากจะมีสุขภาพที่ดี แต่ล่ะคนพยามจะเลือกซื้อ ด้วยการซื้อยามากินเพื่อที่จะลดน้ำหนัก  ซื้อเครื่องออกกำลังกาย เพื่อที่จะดูแลตัวเอง

โดยการออกกำลังกายวันล่ะ หนึ่งชั่วโมง นอนหลับพักผ่อนให้ครบเจ็ดชั่วโมง กินอาหารที่ดีเพื่อสุขภาพ อาทิเช่นกินอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นผักและผลไม้ กินหารเสริม ไม่ว่าใครก็อยากมีสุขภาพที่ดี เงินที่ดีด้วยการแลกการซื้อของเข้ามาดูแลตัวเอง

หลายๆคนธรรมชาติสร้างคนเราขึ้นมาให้มีสุขภาพที่แข็งแรงแตกต่างกันออกไป โดยที่เราไม่สามารถซื้อด้วยแก้วแหวนเงินทอง ไม่ว่าจะเป็นคนจนคนรวย สุขภาพแตกต่างกันออกไป บางคนรวยแต่สุขภาพไม่ดี ส่วนคนจนกับมีสุขภาพที่ดีกว่าคนรวย ดั้งนั้นก็เปรียบว่าการมีเงินทองมากแค่ไหนก็ไม่สามารถก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่แข็งได้ 

หลายคนก็คิดว่าการออกกำลังนั้นเสียเวลา แต่ถ้าลองคิดว่าภาระการทำงานแต่ล่ะคนไม่เหมือนกันเราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นแบบไหนอาจจะเกิดเป็นโรคร้าย โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหอบ  แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าเราสระเวลาสักนิดหลังเลิกงานวันล่ะชั่วโมง

หรือมากกว่านั้นก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ล่ะบุคคล  อย่างเช่น เราออกกำลังกายไปดูทีวีไปด้วยก็ได้ เพื่อแลกกับสุขภาพที่ดีของเราเอง   หลายคนคิดว่าคนผอมนั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่จริงคนผอมบางคนก็เป็นโรค เช่นเมล็ดเลือดขาวมากกว่าเมล็ดเลือดแดง โรคหอบ 

ก็อาจจะเกิดเป็นคนผอมก็ได้ ส่วนคนอ้วนไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นโรค อาจจะแข็งแรง มากกว่าคนอ้วน ดั้งนั้นไม่จำเป็นว่าคนผอมจะไม่เป็นโรค จะแข็งแรงกว่าคนอ้วน ไม่จำเป็นเสมอไป

บางคนก็คิดเอาว่าการเป็นผอมต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ต้องไปแลกด้วยการลดน้ำหนักลด อดอาหาร แต่ลองคิดในระยาวนั้นการอดอาหารไม่ดีในระยะยาวเช่นเราทำงานมาหนัก ใช้แรงงานเยอะแต่เรากินอาหารแค่มื้อเดียวซึ่งไม่เพียงพอต่อร่างกาย อาจจะทำให้เรานั้นปวดท้อง เป็นโรคกระเพาะ หรือเป็นลม ร่างกายไม่มีเรียวแรง 

การมีสุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องมีน้ำหนักตามเกณฑ์มารตาฐาน  แต่เราหมายถึงการดูแลตัวเองที่ดีกินอาหารที่ดี เพื่อสุขภาพตัวเอง หมายถึงรวมการกิน เลือกอาหารที่ดีต่อตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายทำร่างกายให้มีความสุข สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เราลดโรค

แล้วพยายามทำให้ไม่เครียด มันส่งผลให้เรามีสุขภาพที่ดี ดังนั้นเราควรดูแลตั้งแต่ตอนนี้  เริ่มจากการกินอาหารที่ดี ออกกำลังกายอย่างสำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ทำร่ายให้สดชื่นแจ่มใส พยายามไม่เครียด แค่นี้ก็ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีแล้ว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ภัยจากการนอนดึก

คงจะไม่มีใครไม่ทราบว่าการดึกนอนนั้นทำสุขภาพแย่ ไม่ใช่แค่เพียงสุขภาพทางร่างกาย แต่รวมไปถึงสภาพทางจิตใจด้วย

เราสามารถเห็นผู้ประสบปัญหาการนอนได้ทุกช่วงวัย แต่จะมากที่สุดในช่วงของวัยรุ่น การนอนดึกนั้นเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย บางคนนั้นอาจจะต้องทำงานในช่วงเวลากลางคืนจึงเป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงการนอนดึกไม่ได้ แต่สำหรับในบางคนที่กิจกรรมที่ต้องทำในช่วงกลางคืนก็สามารถพาตัวเองนั้นนอนดึกได้อย่าง

เล่นเกม เล่นโทรศัพท์ เป็นต้น การกระทำเหล่านี้จะทำให้นอนดึกและยังส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง เพราะการผลิตเมลาโทนินอาจชะลอตัวลง 

การนอนดึกนั้นส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกาย และหลายๆด้าน ผลเสียที่จะเกิดตามมาเพราะสาเหตุการนอนดึกหลักๆเลยคือ ปัญหาสุขภาพจิต ส่งผลถึงอารมณ์หลังจากการตื่น อย่างมีความคิดในแง่ลบ รู้สึกวิตกกังวล ซึมเศร้า เป็นต้น โรคอ้วน โดยเฉพาะผู้หญิงนั้นมีแนวโน้มมากกว่าผู้ชาย ไขมันหน้าท้องจะทำให้เกิดการลงพุง

การนอนดึกนอนส่งผลให้เกิดโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่น เพราะค้นพบว่าความสัมพันธ์ของค่าดัชนีมวลกายมีค่าสูงขึ้น โรคเบาหวาน เพราะร่างกายคนเรานั้นต้องการอินซูลิน เพื่อจะนำไปดูดซึมน้ำตาลในกระแสเลือด ถ้าหากเรานอนดึกส่งผลให้ร่างกายหยุดการทำงานการผลิตอินซูลินออกมา ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือกสูงขึ้นก่อนให้เกิดโรคเบาหวานได้ โรคหัวใจ

การนอนดึกจะทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าการนอนดึกจะส่งผลให้เกิดโรคหัวใจโดยตรง เพราะผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจจากการนอนดึกนั้นมีปัจจัยอื่นๆเข้ามากระตุ้นด้วยอย่างเช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเกินไป สูบบุหรี่

วิธีที่จะช่วยลดปัญหาการนอนดึกนั้นไม่ยาก หากว่าเรานั้นมีวินัย หากเรามีงานหรือการบ้านที่ต้องทำควรจัดการทำให้เสร็จก่อนค่ำหรือทันทีที่ได้รับมอบหมาย งดกิจกรรมอื่นๆเมื่อตัวคุณอยู่ที่นอน กำหนดเวลานอนให้เป็นกิจวัตรที่ต้องทำในทุกๆวัน งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีน หรือถ้าไม่สามารถงดได้พยายามจำกัดการดื่มให้ไม่มากจนเกินไป

เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากว่างดได้จะเป็นผลดีมากกว่า และถ้าหากว่าเราเข้านอนแล้วภายใน 15-20 นาทีแต่นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ให้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมที่ช่วยทำให้รู้สึกถึงการง่วงนอนได้เช่น อ่านหนัง ทำสมาธิ เป็นต้น เมื่อรู้สึกง่วงจึงค่อยกลับไปนอน แต่ไม่แนะให้หยิบโทรศัพท์มาเปิดเช็ค เพราะแสงไฟจากหน้าจอของโทรศัพท์นั้นจำทำให้เรารู้สึกตื่นตัวมากกว่าจะทำให้ง่วงนอน ผลลัพธ์ที่ได้คือคุณจะนอนดึกกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

ไม่ LOVE  HIV

ภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์  พบได้หลายชนิดหายโรคก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย  เช่นการติดเชื้อไวรัสHIVหรือเราเรียกว่าโรคเอดส์โรคที่ปัจจุบันนี้ไม่มียารักษาให้หายขาด  

เพียงแค่ควบคุมอาการไม่ให้ร้ายแรงถึงชีวิตปัจจุบันเราทราบดีว่าการที่เราติดเชื้อไวรัส HIV ไม่มียารักษาให้หายขาดเพียงเป็นการพยุงไม่ให้โรครุนแรง โดยปกติคนที่มีร่างแรงแข็งแรง  ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีโอกาสที่จะติดเชื้อเพราะการติดเชื้อบางครั้งอาจไม่ได้เกิดจากตัวเราเอง 

เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเสี่ยงใช้ชีวิตปกติแต่เกิดจากคนข้างกายของเราที่ไม่รู้จักการป้องกันตัวเอง  จากการเปลี่ยนคู่นอนของผู้ชาย  ซึ่งความต้องการทางเพศของผู้ชายจะมากกว่าผู้หญิง  ผู้ชายจึงซื้อบริการทางเพศ

ซึ่งผู้หญิงบริการกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงการป้องกันอาจไม่เพียงพอทำให้ฝ่ายชายนำเชื้อมาติดภรรยาของตัวเองได้  เพราะการติดเชื้อส่วนใหญ่จะติดทาง การร่วมเพศ การได้รับเลือดจากผู้ติดเชื้อ และการใช้เข็มร่วมกับผู้ติดเชื้อเป็นหลัก  

ในช่วงแรกที่ผู้ป่วยได้รับรู้ว่าติดเชื้อแม้นว่าผู้ป่วยไม่อยากยอมรับกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสียใจทำไมต้องเป็นเราที่ได้รับเชื้อโรคร้ายโรคนี้  เฝ้าโทษตัวเองโทษคนที่ทำให้เราติด  สิ่งนี้ยิ่งทำให้ผู้ป่วยอ่อนแอท้อแท้กับชีวิตทางเลือกแรกก็คือ  ผู้ป่วยต้องดูแลสภาพจิตอันดับแรกจิตใจที่แข็งแกร่งของผู้ป่วยจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้จิตใจแข็งแรงเข้มแข็ง

อันดับสองคือบอกคนในครอบครัวเราให้ทราบเพราะเดี๋ยวนี้คนส่วนเข้าใจมากขึ้นในโรคเอดส์  รู้วิธีป้องกันและรักษามากขึ้นโดยทราบจากสื่อต่างๆ รวมทั้งการพูดจาคุยกันในสังคม ว่าการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นการใช้สิ่งของร่วมกัน

การรับประทานอาหารด้วย การอยู่บ้านหลังเดียวกัน ไม่สามารถที่จะติดต่อกันได้ คนรอบข้างเป็นอีกแรงที่จะสามารถสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยได้เข้มแข็งผ่านเรื่องที่เลวร้ายในชีวิตได้

เพราะผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติทุกอย่าง  บางครั้งอาจจะดูแลตัวเองดีกว่าตอนที่ไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อเพราะคนที่ติดเชื้อต้องมั่นไปตรวจร่างกายทุก 3 เดือน  6 เดือน 

เพื่อดูค่าความเข้มของเลือดว่าเชื้อได้รุ่นแรงถึงขั้นไหนระยะไหนการใช้ยารักษาได้ผลดีมากน้อย   แค่ไหน  แพทย์จะมีการปรับลดขนาดยาในการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายไม่เหมือนกัน

ขึ้นอยู่กับสภาวะของร่างกายผู้ป่วยแต่ละรายหากผู้ป่วยทำใจยอมรับกับการติดเชื้อ รับการรักษาที่ถูกต้องตรวจร่างกายสม่ำเสมอ ผู้ป่วยก็มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงใช้ชีวิตตามปกติบางทีอาจมีอายุยืนยาวกว่าคนที่ไม่ติดเชื้อด้วยซ้ำไป

โรคเอดส์ไม่มีใครอยากเป็น ทุกคนกลัว  ทางที่ดีที่สุดถ้าเราไม่อยากติดเชื้อ  ก็ไม่สำส่อนทางเพศสัมพันธ์  ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่นเท่านี้เราก็ห่างไกลจากโรคเอดส์ได้แล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

เราต้องใช้เจลประคบร้อนหรือเย็นที่ถูกวิธี  

ในเมื่อเราต้องออกกำลังกาย  เราต้องมีการได้รับบาดเจ็บอย่างเช่นการที่เราหักโหมในการออกกำลังกายจะทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหรือแขน  หรือตรงไหนที่เราออกกำลังกายนั่นคือการอักเสบของกล้ามเนื้อ  หรือว่าเราเกิดอุบัติเหตุในระหว่างที่เราออกกำลังกาย  เมื่อเกิดอาการข้อเท้านั้นพลิก    เจลประคบร้อนหรือว่าเย็นจะมีประโยชน์ในการที่ช่วยบรรเทาอาการที่เราปวดหรือบวม  เมื่อเราเกิดอาการอักเสบ  

       ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักว่าเจลที่เราใช้ก่อนว่า  เจลร้อนใช้ตอนไหน  เจลเย็นใช้ตอนไหน  เพราะว่าการที่เราใช้เจลไม่ว่าจะเป็นร้อนหรือว่าเย็นเราควรที่รู้ก่อนว่าควรที่จะใช้ตอนไหน  ก่อนและหลัง   

ในการที่เราประคบเย็นจะช่วยทำให้เส้นเลือดนั้นหดตัวทำให้เลือดที่ออกมานั้นเกิดอาการหดตัวลง  สามารถที่จะหดตัวได้ทั้งนอกและในร่างกายและเลือดที่ออกนอกเส้นเลือดจะออกน้อยจะทำให้เกิดอาการยุบตัวลงจึงช่วยในเรื่องของการอาการที่เราบาดเจ็บ หรืออาการที่เราอักเสบก็จะลดน้อยลง  และความเย็นนั้นยังช่วยในเรื่องของการที่ลดอาการเจ็บปวดนั้นได้  

ในขณะที่เราประคบร้อน  ความร้อนจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้เลือดนั้นหลายเวียนได้เป็นอย่างดี  กล้ามเนื้อก็จะคลายตัว และยังช่วยลดอาการที่เราปวด      ในเมื่อเราต้องการที่จะช่วยลดอาการที่เราปวดแบบว่าเฉียบพลันหลังจากที่เราได้รับความบาดเจ็บในประมาณ 24-48 ชั่วโมง  หรือว่าจะเป็นอาการที่เราปวดหัว มีไข้สูงปวดเมื่อยตามตัว  หรือว่าเรามีอาการปวดฟัน 

หรือว่าจะเป็นอาการที่เราเป็นแผล  เมื่อเราถูกน้ำร้อน หรือไฟลวกแลพการที่เราออกกำลังกายเมื่อเรารู้สึกว่ามีอาการบาดเจ็บหลังจากที่เราเล่นกีฬา  หรือว่าจะเป็นแมลงกัดต่อยแบบนี้เป็นต้น   ให้เราใช้การประคบเย็น    ที่เราจะแช่น้ำเย็น หรือว่าเราเอาไปแช่ที่ตู้เย็นหรือว่าในห้องแช่แข็ง   

วิธีในการใช้   ให้เราหาผ้ามาห่อแผ่นเจลเอาไว้  ไม่ให้เอาเจลสัมผัสกับแผลตรงที่เราปวดหรือบริเวณนั้นโดยตรง  จากนั้นเราก็ทำการประคบตรงที่เรารู้สึกว่าเรามีอาการสัก  10-15 นาที แต่ว่าเราไม่ควรที่จะวางแผลเจลนั้นไว้  เราควรที่จะถือออกห่างจากบริเวณที่เราแผลออกมานิดหน่อย  จากนั้นเราก็ประคบ   เมื่อเรานั้นประคบเย็นเสร็จแล้ว   เราก็ควรที่จะประคบร้อน  เพื่อที่จะลดอาการฟกช้ำ  

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

สงสัยกันไหมว่า โคโรน่าไวรัสสามารถปนเปื้อนอยู่ในอาหารได้หรือไม่

คลังภาพ

ขนาดเนื้อไก่ยังพบการปนเปื้อนของเชื้อแบคท … อ่านเพิ่มเติม

การดูแลรักษาจุดซ่อนเร้นผู้หญิง

จุดซ่อนเร้นของผู้หญิงนั้นเป็นจุดที่บอบบางและควรให้ความสำคัญในการดูแลอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับผู้หญิงไปตลอดชีวิตและหากไม่มีการดูแลจุดซ่อนเร้นที่ดีและรักษาให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอนั้นก็อาจจะเกิดเป็นโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็วได้เช่นกัน จุดซ่อนเร้นจึงเป็นจุดที่ควรให้การดูแลและให้ความใส่ใจอย่างมาก

ซึ่งในผู้หญิงแต่คนโครงสร้างและสรีระร่างกายคนเรานั้นมีความแตกต่างกัน ทำให้บางครั้งการดูแลจุดว่อนเร้นนั้นก็อาจจะมีความแตกต่างกันไปตามบุคคลนั่นเอง

ผู้ที่ควรให้ความสำคัญในการดูแลจุดซ่อนเร้นมากที่สุดจะเป็นผู้หญิงที่เคยผ่านการมีบุตรมาแล้ว เพราะสำหรับคนที่เคยมีบุตรมาแล้วนั้น จุดซ่อนเร้นอาจจะไม่สดใสเหมือนก่อนมีลูก หรือบางครั้งการมีบุตรแล้วนั้นก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาต่างๆของจุดซ่อนเร้นนั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นช่องคลอดหย่อนคล้อย เป็นต้น และสำหรับผู้หญิงที่มีบุตรแล้วนั้นเมื่อเกิดปัญหาจุดซ่อนเร้นจุดใดสักหนึ่งจุดก็จะทำให้เกิดเป็นปัญหาเรื้อรังต่อๆไปนั่นเอง ดังนั้นแล้วผู้ที่มีบุตรแล้วควรจะให้ความสำคัญกับการดูแลและการรักษาความสะอาดจุดซ่อนเร้นอย่างมากเลยทีเดียว

และสำหรับการดูแลรักษาจุดซ่อนเร้นนั้นสามารถทำได้เองในขั้นตอนเบื้องต้น เช่นการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอคือการล้างจุดซ่อนเร้นให้สะอาดทุกครั้งที่อาบน้ำและอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการล้างจุดซ่อนเร้นในช่วงที่เป็นประจำเดือน เพราะประจำเดือนนั้นจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทรีเรียนั่นเอง

และหากไม่มีการล้างให้สะอาดก็อาจจะนำไปสู่การเป็นเชื้อราได้ และหลังอาบน้ำควรมีการเช็ดหรือวับให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่เพราะหากใช้ผ้าขนหนูในการเช็ด ซับ อาจจะทำให้เกิดแบคทรีเรียได้เช่นกัน เพราะผ้าขนหนูนั้นเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หลังจากเช็ดและซับแห้งแล้วไม่ควรทาแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้นเพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้

และควรสวมใส่กางเกงชั้นในที่มีการระบายอากาศได้เพื่อให้จุดซ่อนเร้นไม่เกิดการอับชื้นนั่นเอง  และการดูแลจุดซ่อนเร้นหลังการเข้าห้องน้ำก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากทีเดียว เพราะปัญหาต่างๆที่เกิดกับจุดซ่อนเร้นในผู้หญิงนั้นเกิดจากการที่เข้าห้องน้ำและมีการเช็ดหรือทำความสะอาด

ได้ไม่สะอาดจึงอาจจะเกิดเป็นการสะสมขอแบคทรีและอับชื้น อาจจะทำให้เกิดอาการเชื้อราได้ ดังนั้นหลังการเข้าห้องน้ำควรจะใช้กระดาษทิชชู่เปียกในการเช็ดหรือซับเพื่อเป็นการทำความสะอาดนั่นเองและตามด้วยทิชชู่แห้งเพื่อไม่เกิดการอับชืนในจุดซ่อนเร้น

และหากจุดซ่อนเร้นเกิดอาการเป็นเชื้อราหรือมีอาการต่างๆเช่น คัน แสบ เป็นต้น ควรเข้าพบแพทย์อย่างเร็วที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคต่างๆได้

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

โรคซิฟิลิส

โรคซิฟิลิส อาจจะเป็นชื่อที่คุ้นหูใครหลายๆคน เพราะว่า คนเป็นกันบ่อยเเละเคยมีการระบาดหนัก ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งโรคซิฟิลิส บางคนอาจจะเคยได้ยิน เเละไม่รู้ว่าโรคซิฟิลิสเป็นยังไง อาจจะคิดว่าไม่ค่อยร้ายเเรง

เเต่ถ้าเป็นโรคนี้เเล้วไม่รักษา ก็อาจทำไห้เสียชีวิตหรือตายได้ ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ในหมู่วัยรุ่น ไม่ใส่ถุงยาง ถ้าเกิดตั้งท้องมาโดยมีโรคซิฟิลิสเเฝงอยู่ในตัว ก็อาจจะทำไห้เด็กในท้องเสียชีวิตได้ โรคซิฟิลิส พบมากที่สุดในกลุ่มวัยรุ่น หรือวัยกำลังเจริญพันธุ์ โรคซิฟิลิส

จัดอยู่ในกลุ่มเเบคทีเรีย เป็นเเบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างเป็นเกลียว ในปัจจุบัน ที่พบได้ ก็มีกลุ่มทำงาน เวลาเขาไปสมัครงานจะมีการเจาะเลือด เเล้วหมอเจอเชื้อซิฟิลิส ซึ่งเขาก็ไม่รู้ตัวมาก่อน บางกลุ่มก็ตรวจเจอตอนตั้งครรภ์ บางคนก็มาหาหมอตอนมีอาการเเล้ว ระยะของการเป็นโรคซิฟิลิส จะเเบ่งออกเป็น4ระยะ

 ระยะที่1 มีเเผลหรือสะเก็ดเเผล ขึ้นบนอวัยวะเพศ ในระยะที่1 ถ้าทุกคนวางใจ หรือ ไม่ไปหาหมอ อาการเหล่านี้ก็จะหายไปเอง เเล้วก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร เป็นเเผลเฉยๆ เลยนิ่งนอนใจไป เพราะซิฟิลิสระยะแรกจะหายไปเองได้ ภายใน1-2เดือน

 ระยะที่2 มีผื่นเข้าตามร่างกาย เเละอวัยวะเพศ โดยเฉพาะฝ่ามือ ถ้าไม่ได้รักษา ก็จะหายไปได้เองอีก เเละคนที่เป็นอาจจะคิดว่าเป็นเเผลธรรมดา เลยไม่ได้ไปหาหมอ

 ระยะที่3 เป็นระยะที่ไม่เเสดงอาการอะไรเลย เเละสามารถเเพร่เชื้อไห้คนอื่นได้อย่างง่ายดาย เพราะถ้าคนที่ไม่รู้เป็นโรคซิฟิลิส เเล้วไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ก็ทำไห้คนอื่นติดเชื้อไปด้วยเพราะคนที่เป็นคิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะมันหายไปเอง เเต่จะเป็นระยะเรื้อรังเเล้ว ถ้าไม่ได้รักษาอีกก็จะเข้าสู่ระยะสุดท้าย จะเป็นอาการที่หนักที่สุด

 ระยะที่4 จะมีผลต่อระบบอวัยวะภายในโดยตรง เพราะเเผลที่เกิดจากโรคซิฟิลิส มันไปขึ้นอยู่ข้างในร่างกายของเรา ที่ไม่ใช่เเขนขา หน้า เเละลำตัว จะรักษายากเเละรักษาไม่ได้ ซึ่งระยะที่4 อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำไห้คนที่เป็นโรคซิฟิลิสเเต่ไม่ได้รับการรักษา เสียชีวิตได้ โรคซิฟิลิส จะคล้ายๆกับโรค Hiv เเต่โรคซิฟิลิส

ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เเละตามนัด เชื้อของโรคซิฟิลิส ก็จะหายไปจากตัวเรา เเละหายขาดได้อย่างเเน่นอนหากได้รับการรักษาได้ทันเวลา เเต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาจนถึงระยะเรื้อรัง คือรักษาไม่ได้เเละไม่หายเเล้ว อาจจะทำไห้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้นอย่าควรนิ่งนอนใจกับโรคซิฟิลิส

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย  ชุดตรวจ hiv

สีผม กับสุขภาพหนังศีรษะ

สีผม กับสุขภาพหนังศีรษะ
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องความสวยสดงดงามแล้วนั้น จำต้องบอกเลย ว่าเรื่องที่อยู่คู่ผู้หญิงมานานมากๆ แล้ว คือ ในเรื่องของเทรนต่างๆ ที่เกี่ยวกับสีผม มีการเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่นเชียวละ ยังไม่พอนะ การเปลี่ยนสีผมที่บ่อยมากนั้นยังเป็นที่นิยมมากมาย ในกลุ่มวัยรุ่นอีกด้วย โดยพวกเราสามารถที่จะพินิจได้จากการที่สินค้าย้อมสีผมของแบรนด์ต่างๆ แข่งขันกันเปลี่ยนแปลงแบบอย่างเพื่อออกมาเอาอกเอาใจลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในแบบเป็นน้ำหรือแบบโฟม ที่ได้ผลโดยทันทีหลังจากผ่านกระบวนการทำสีผม อย่างไรก็แล้วแต่ถึงแม้การย้อมสีผมนั้นจะช่วยเสริมให้เราดูดี แต่มันก็สามารถเป็นอันตรายต่อผู้ที่ทำสีผมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งหนังหัว โรคภูมิแพ้ หรือแม้กระทั้งโรคผมร่วง และโรคอื่นๆ

ทั้งนี้ทางด้านของแพทย์สุวินัย บุษราคัมวงษ์ แพทย์สาขาอายุรกรรม แผนกประกันสังคม โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 พูดว่า การที่วัยรุ่นนั้น ถูกใจและก็คุ้นชินกับแนวทางการทำสีผมเป็นประจำนั้นอาจก่อให้เส้นผมที่ผ่านสารเคมีนั้นไม่แข็งแรงหลุดตกได้ง่าย และก็ยังเป็นเหตุให้มีอันตรายต่อบริเวณใบหน้าหรือระคายต่อหนังหัวทำให้ผิวหนัง เป็นแผลได้ และก็ก่อกำเนิดโรคภูมิแพ้โรคหนังหัวแห้งแล้วก็ที่สำคัญอาจก่อให้เป็นโรค เช่น โรคมะเร็งหนังหัวได้

ที่ทำให้เป็นแบบนี้ เพราะอะไรรู้หรือไม่ ที่เป็นแบบนี้เพราะด้วยเหตุว่าในน้ำยาทำสีผมนั้นมีสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดแล้วก็ด่าง 5 ตัวหลักๆรวมกัน พวกเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

– สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไชด์
จะมาจากสารฟอกสีผมแล้วก็ฆ่าเชื้อโรค ก็เลยมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการทำลายเส้นผมกัดสีผมและก็หนังหัว ก่อเกิดอาการอักเสบแล้วก็ระคายต่อหนังหัว ตลอดจนทำให้เส้นผมแห้งเสียได้

– สารฟีนิลินไดอะมี หรือสีย้อมผมจำพวกถาวรนั้นเป็นสารเคมีอันตราย
ด้วยเหตุว่าเมื่อซึมซับไปสู่หนังหัวแล้ว อาจจะเป็นผลให้เกิดอาการเคือง และหากมีการสะสมอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ อาจจะทำให้กลายเป็นโรคมะเร็งหนังหัวได้

– แอมโมเนีย
สารนี้นั้น จะช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการทำให้สีที่ย้อมลงไปบนผมของพวกเรานั้นติดผมของพวกเราทนนานรวมทั้งเวลาเดียวกันสารดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วยังมีฤทธิ์เป็นกรดและก็ด่าง ซึ่งสามารถกัดเส้นผมแล้วก็หนังหัวได้ ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเสีย ผมไม่แข็งแรง ขาดร่วง และยิ่งทำให้รากผมอ่อนแอลง หรือ

– สารซิลเวอร์ไนเตรต
สารนี้เป็นสารเคมี ที่ช่วยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกปิดผมขาว โดยตัวสารนี้เมื่ออยู่บนหนังหัว จะทำปฏิกิริยากับอากาศแล้วเปลี่ยนแปลงให้เส้นผมกลายเป็นสีดำ ซึ่งสารตัวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมีคุณลักษณะที่นำไปสู่การระคายเคือง ถ้าเกิดเข้าตาอาจจะก่อให้ตาบอดได้

– เลดอะซีเตด
สารนี้นั้น จำต้องบอกให้รู้เลย ว่าเป็นสารตะกั่วที่ใช้ในครีมปกปิดผมขาว ประเภทที่ไม่ต้องล้างออก เหมือนกันกับสารซิลเวอร์ไนเตรต เนื่องด้วยสารตะกั่วนี้มีคุณลักษณะคล้ายกับสารตะกั่วที่ผสมในน้ำมันในอดีตกาล โดยเหตุนี้แม้สะสมภายในร่างกาย บางทีอาจทำลายสมองกับประสาทสัมผัสได้ ที่สำคัญสารนี้ยังจัดอยู่ในสารก่อโรคมะเร็งด้วยเช่นเดียวกัน

แม้กระนั้น พวกสารเคมีทั้งหลายที่ประกอบอยู่ในน้ำยายืดผมและดัดผมนั้น สามารถทำให้เป็นอันตรายกับหนังหัวได้เช่นเดียวกันกับน้ำยาย้อมผม เพราะว่าส่วนประกอบที่ใช้นั้นจะคล้ายกัน ประกอบกับการดัดหรือยืดผมนั้นจำต้องใช้ความร้อนร่วมด้วย ก็เลยทำให้เส้นผมอ่อนแอแล้วก็บอบบางลงได้ เหมือนกันกับแนวทางการทำสีผมนั่นเอง

แพ้กุ้ง ต้องระวัง

ปัจจุบันอาการแพ้เกิดขึ้นอย่างมากมาย และหลากหลายทั้งแพ้อากาศ แพ้สัตว์ แพ้อาหาร ที่สำคัญเลยคือการแพ้อาหาร อาหารเป็นสิ่งที่คนเราทานเข้าไปทุกวัน เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ดี เพราะหากกินอะไรเข้าไปแล้วแพ้ขึ้นมาจะทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งอาจจะรุนแรงหรือไม่รุนแรงก็ได้ อาการแพ้อาหารที่พบในปัจจุบัน จะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ

1.แสดงออกมาทางผิวหนัง คือ มีอาการผื่นคันขึ้น ตามร่างกาย
2.แสดงอาการที่ระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง
3.แสดงอาการที่ระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด บางรายมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

บางครั้งเราอาจะไม่เคยมีอาการแพ้อะไรมาก่อน พึ่งมามีอาการแพ้ในตอนวัยรุ่นหรือเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งกรณีแบบนี้พบได้บ่อยและสามารถเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า อาการแพ้ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันภายในร่างกายบกพร่องอาจมีสาเหตุมาจากการทำงานหนัก กินอาหารไม่ถูกสัดส่วน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือหลายปัจจัยร่วมกัน

จากงานวิจัยการแพ้กุ้งพบชนิดที่มีคนแพ้มากที่สุดมีผลสรุปว่า
– กุ้งน้ำจืดที่ทำให้เกิดอาการแพ้มากที่สุด คือ กุ้งก้ามกราม
– กุ้งทะเลที่ก่อให้เกิดการแพ้ คือ กุ้งกุลาดำ

ซึ่งในบางครั้งเราอาจจะเกิดอาการแพ้กับกุ้งชนิดเดียว หรือมากกว่า 1 ชนิด ก็เป็นได้
สารก่อภูมิแพ้ที่จำเพาะต่อคนไทยในกุ้งก้ามกราม คือ โปรตีนฮีโมไซยานิน ส่วนสารก่อภูมิแพ้ในกุ้งกุลาดำ คือ โปรตีนลิพิด บายดิง (lipid binding protein) และโปรตีนแอลฟาแอกตินิน(alpha actinin protein)

สัญญาณเสี่ยงโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะ รุนแรงขนาดไหน?
จริงแล้วหากทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงสูงจะป่วยเป็นโรคกระเพาะควรที่จะรีบมารักษา เพราะสามารถรักษาให้หายได้ โดยการให้ยาตามอาการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่หากปล่อยไว้นานจากที่ป่วยโรคกระเพาะธรรมดาก็อาจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น ภาวะแทรกซ้อนจนเกิดอาการเลือดออกไม่หยุดในบริเวณที่เกิดแผล หรืออักเสบ และหากอาการดังกล่าวเกิดการเรื้อรัง จะทำให้คุณนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคที่ร้ายกว่า อย่างเช่นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารและโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของกระเพาะอาหารได้ ฉะนั้น ต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดี รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

สัญญาณเสี่ยงบอกว่าใกล้จะเป็นโรคกระเพาะ
อย่างที่ทราบกันดีว่าหากคุณป่วยเป็นโรคกระเพาะมักจะมีอาการปวดท้องแบบไม่เลือก ไม่ว่าจะ อิ่มก็ปวด หิวก็ปวด ซึ่งอาการปวดโดยทั่วไปแทบจะแยกไม่ออกว่านี่คือปวดท้องเป็นโรคกระเพาะหรือปวดท้องด้วยสาเหตุอื่นกันแน่น ฉะนั้น เราลองเปลี่ยนจากที่ต้องวิเคราะห์อาการปวดท้องตัวเองมาสังเกตตัวเองกันดีกว่าว่าเสี่ยงโรคกระเพาะหรือไม่ กับ 5 สัญญาณเสี่ยงใกล้จะเป็นโรคกระเพาะ
1. มีอาการปวดท้องแบบจุกๆ แสบๆ เกิดขึ้นตรงบริเวณเหนือสะดือ หรือแถวๆ ลิ้นปี่จะเป็นอาการปวดที่จี๊ดขึ้นมาให้คุณตกใจ และจู่ๆ ก็หายไป
2. เวลาที่หิว หรือเวลาที่อิ่มก็จะมีอาการปวดท้องทางฝั่งขวามือ เป็นอาการที่ไม่ได้ปวดมาก และเมื่อกินยาลดกรดเข้าไป อาการก็จะบรรเทาลง
3. มีอาการปวดแสบบริเวณท้อง บางครั้งก็จะเจ็บขึ้นมาถึงตรงลิ้นปี่ โดยไม่ได้เกี่ยวว่าเราจะท้องว่าง หรืออิ่มแล้ว
4. ปวดท้องขณะที่หลับอยู่จนทำให้เราต้องตื่น เป็นอาการที่ทำให้เราสามารถรู้สึกตัวขึ้นมาได้แม้ว่าหลับก็ตาม
5. มีอาการปวดท้องมากๆ จนอาจเกิดอาการข้างเคียง คือ อาเจียน หรือบางทีถึงขั้นที่ถ่ายเป็นเลือด

ข้อเท็จจริงในทางการแพทย์อาการปวดท้องที่แสดงว่าเป็นโรคกระเพาะหรือไม่ ก็ยังคงมีความก้ำกึ่งในการวิเคราะห์หรือแยกอย่างชัดเจน ซึ่งแม้แต่แพทย์เองก็ยังต้องมีการทดสอบว่าเป็นโรคกระเพาะอักเสบจริง หรือว่าป่วยด้วยโรคอื่น เพื่อให้เกิดผลดีต่อการรัษาและการดูแลตนเองของผู้ป่วย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาถึงอาการปวดท้องเนื่องจากสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อจะได้ลดความวิตกกังวลไป