เราต้องใช้เจลประคบร้อนหรือเย็นที่ถูกวิธี  

ในเมื่อเราต้องออกกำลังกาย  เราต้องมีการได้รับบาดเจ็บอย่างเช่นการที่เราหักโหมในการออกกำลังกายจะทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหรือแขน  หรือตรงไหนที่เราออกกำลังกายนั่นคือการอักเสบของกล้ามเนื้อ  หรือว่าเราเกิดอุบัติเหตุในระหว่างที่เราออกกำลังกาย  เมื่อเกิดอาการข้อเท้านั้นพลิก    เจลประคบร้อนหรือว่าเย็นจะมีประโยชน์ในการที่ช่วยบรรเทาอาการที่เราปวดหรือบวม  เมื่อเราเกิดอาการอักเสบ  

       ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักว่าเจลที่เราใช้ก่อนว่า  เจลร้อนใช้ตอนไหน  เจลเย็นใช้ตอนไหน  เพราะว่าการที่เราใช้เจลไม่ว่าจะเป็นร้อนหรือว่าเย็นเราควรที่รู้ก่อนว่าควรที่จะใช้ตอนไหน  ก่อนและหลัง   

ในการที่เราประคบเย็นจะช่วยทำให้เส้นเลือดนั้นหดตัวทำให้เลือดที่ออกมานั้นเกิดอาการหดตัวลง  สามารถที่จะหดตัวได้ทั้งนอกและในร่างกายและเลือดที่ออกนอกเส้นเลือดจะออกน้อยจะทำให้เกิดอาการยุบตัวลงจึงช่วยในเรื่องของการอาการที่เราบาดเจ็บ หรืออาการที่เราอักเสบก็จะลดน้อยลง  และความเย็นนั้นยังช่วยในเรื่องของการที่ลดอาการเจ็บปวดนั้นได้  

ในขณะที่เราประคบร้อน  ความร้อนจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้เลือดนั้นหลายเวียนได้เป็นอย่างดี  กล้ามเนื้อก็จะคลายตัว และยังช่วยลดอาการที่เราปวด      ในเมื่อเราต้องการที่จะช่วยลดอาการที่เราปวดแบบว่าเฉียบพลันหลังจากที่เราได้รับความบาดเจ็บในประมาณ 24-48 ชั่วโมง  หรือว่าจะเป็นอาการที่เราปวดหัว มีไข้สูงปวดเมื่อยตามตัว  หรือว่าเรามีอาการปวดฟัน 

หรือว่าจะเป็นอาการที่เราเป็นแผล  เมื่อเราถูกน้ำร้อน หรือไฟลวกแลพการที่เราออกกำลังกายเมื่อเรารู้สึกว่ามีอาการบาดเจ็บหลังจากที่เราเล่นกีฬา  หรือว่าจะเป็นแมลงกัดต่อยแบบนี้เป็นต้น   ให้เราใช้การประคบเย็น    ที่เราจะแช่น้ำเย็น หรือว่าเราเอาไปแช่ที่ตู้เย็นหรือว่าในห้องแช่แข็ง   

วิธีในการใช้   ให้เราหาผ้ามาห่อแผ่นเจลเอาไว้  ไม่ให้เอาเจลสัมผัสกับแผลตรงที่เราปวดหรือบริเวณนั้นโดยตรง  จากนั้นเราก็ทำการประคบตรงที่เรารู้สึกว่าเรามีอาการสัก  10-15 นาที แต่ว่าเราไม่ควรที่จะวางแผลเจลนั้นไว้  เราควรที่จะถือออกห่างจากบริเวณที่เราแผลออกมานิดหน่อย  จากนั้นเราก็ประคบ   เมื่อเรานั้นประคบเย็นเสร็จแล้ว   เราก็ควรที่จะประคบร้อน  เพื่อที่จะลดอาการฟกช้ำ  

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

การดูแลรักษาจุดซ่อนเร้นผู้หญิง

จุดซ่อนเร้นของผู้หญิงนั้นเป็นจุดที่บอบบางและควรให้ความสำคัญในการดูแลอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับผู้หญิงไปตลอดชีวิตและหากไม่มีการดูแลจุดซ่อนเร้นที่ดีและรักษาให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอนั้นก็อาจจะเกิดเป็นโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็วได้เช่นกัน จุดซ่อนเร้นจึงเป็นจุดที่ควรให้การดูแลและให้ความใส่ใจอย่างมาก

ซึ่งในผู้หญิงแต่คนโครงสร้างและสรีระร่างกายคนเรานั้นมีความแตกต่างกัน ทำให้บางครั้งการดูแลจุดว่อนเร้นนั้นก็อาจจะมีความแตกต่างกันไปตามบุคคลนั่นเอง

ผู้ที่ควรให้ความสำคัญในการดูแลจุดซ่อนเร้นมากที่สุดจะเป็นผู้หญิงที่เคยผ่านการมีบุตรมาแล้ว เพราะสำหรับคนที่เคยมีบุตรมาแล้วนั้น จุดซ่อนเร้นอาจจะไม่สดใสเหมือนก่อนมีลูก หรือบางครั้งการมีบุตรแล้วนั้นก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาต่างๆของจุดซ่อนเร้นนั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นช่องคลอดหย่อนคล้อย เป็นต้น และสำหรับผู้หญิงที่มีบุตรแล้วนั้นเมื่อเกิดปัญหาจุดซ่อนเร้นจุดใดสักหนึ่งจุดก็จะทำให้เกิดเป็นปัญหาเรื้อรังต่อๆไปนั่นเอง ดังนั้นแล้วผู้ที่มีบุตรแล้วควรจะให้ความสำคัญกับการดูแลและการรักษาความสะอาดจุดซ่อนเร้นอย่างมากเลยทีเดียว

และสำหรับการดูแลรักษาจุดซ่อนเร้นนั้นสามารถทำได้เองในขั้นตอนเบื้องต้น เช่นการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอคือการล้างจุดซ่อนเร้นให้สะอาดทุกครั้งที่อาบน้ำและอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการล้างจุดซ่อนเร้นในช่วงที่เป็นประจำเดือน เพราะประจำเดือนนั้นจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทรีเรียนั่นเอง

และหากไม่มีการล้างให้สะอาดก็อาจจะนำไปสู่การเป็นเชื้อราได้ และหลังอาบน้ำควรมีการเช็ดหรือวับให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่เพราะหากใช้ผ้าขนหนูในการเช็ด ซับ อาจจะทำให้เกิดแบคทรีเรียได้เช่นกัน เพราะผ้าขนหนูนั้นเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หลังจากเช็ดและซับแห้งแล้วไม่ควรทาแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้นเพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้

และควรสวมใส่กางเกงชั้นในที่มีการระบายอากาศได้เพื่อให้จุดซ่อนเร้นไม่เกิดการอับชื้นนั่นเอง  และการดูแลจุดซ่อนเร้นหลังการเข้าห้องน้ำก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากทีเดียว เพราะปัญหาต่างๆที่เกิดกับจุดซ่อนเร้นในผู้หญิงนั้นเกิดจากการที่เข้าห้องน้ำและมีการเช็ดหรือทำความสะอาด

ได้ไม่สะอาดจึงอาจจะเกิดเป็นการสะสมขอแบคทรีและอับชื้น อาจจะทำให้เกิดอาการเชื้อราได้ ดังนั้นหลังการเข้าห้องน้ำควรจะใช้กระดาษทิชชู่เปียกในการเช็ดหรือซับเพื่อเป็นการทำความสะอาดนั่นเองและตามด้วยทิชชู่แห้งเพื่อไม่เกิดการอับชืนในจุดซ่อนเร้น

และหากจุดซ่อนเร้นเกิดอาการเป็นเชื้อราหรือมีอาการต่างๆเช่น คัน แสบ เป็นต้น ควรเข้าพบแพทย์อย่างเร็วที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคต่างๆได้

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

โรคซิฟิลิส

โรคซิฟิลิส อาจจะเป็นชื่อที่คุ้นหูใครหลายๆคน เพราะว่า คนเป็นกันบ่อยเเละเคยมีการระบาดหนัก ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งโรคซิฟิลิส บางคนอาจจะเคยได้ยิน เเละไม่รู้ว่าโรคซิฟิลิสเป็นยังไง อาจจะคิดว่าไม่ค่อยร้ายเเรง

เเต่ถ้าเป็นโรคนี้เเล้วไม่รักษา ก็อาจทำไห้เสียชีวิตหรือตายได้ ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ในหมู่วัยรุ่น ไม่ใส่ถุงยาง ถ้าเกิดตั้งท้องมาโดยมีโรคซิฟิลิสเเฝงอยู่ในตัว ก็อาจจะทำไห้เด็กในท้องเสียชีวิตได้ โรคซิฟิลิส พบมากที่สุดในกลุ่มวัยรุ่น หรือวัยกำลังเจริญพันธุ์ โรคซิฟิลิส

จัดอยู่ในกลุ่มเเบคทีเรีย เป็นเเบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างเป็นเกลียว ในปัจจุบัน ที่พบได้ ก็มีกลุ่มทำงาน เวลาเขาไปสมัครงานจะมีการเจาะเลือด เเล้วหมอเจอเชื้อซิฟิลิส ซึ่งเขาก็ไม่รู้ตัวมาก่อน บางกลุ่มก็ตรวจเจอตอนตั้งครรภ์ บางคนก็มาหาหมอตอนมีอาการเเล้ว ระยะของการเป็นโรคซิฟิลิส จะเเบ่งออกเป็น4ระยะ

 ระยะที่1 มีเเผลหรือสะเก็ดเเผล ขึ้นบนอวัยวะเพศ ในระยะที่1 ถ้าทุกคนวางใจ หรือ ไม่ไปหาหมอ อาการเหล่านี้ก็จะหายไปเอง เเล้วก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร เป็นเเผลเฉยๆ เลยนิ่งนอนใจไป เพราะซิฟิลิสระยะแรกจะหายไปเองได้ ภายใน1-2เดือน

 ระยะที่2 มีผื่นเข้าตามร่างกาย เเละอวัยวะเพศ โดยเฉพาะฝ่ามือ ถ้าไม่ได้รักษา ก็จะหายไปได้เองอีก เเละคนที่เป็นอาจจะคิดว่าเป็นเเผลธรรมดา เลยไม่ได้ไปหาหมอ

 ระยะที่3 เป็นระยะที่ไม่เเสดงอาการอะไรเลย เเละสามารถเเพร่เชื้อไห้คนอื่นได้อย่างง่ายดาย เพราะถ้าคนที่ไม่รู้เป็นโรคซิฟิลิส เเล้วไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ก็ทำไห้คนอื่นติดเชื้อไปด้วยเพราะคนที่เป็นคิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะมันหายไปเอง เเต่จะเป็นระยะเรื้อรังเเล้ว ถ้าไม่ได้รักษาอีกก็จะเข้าสู่ระยะสุดท้าย จะเป็นอาการที่หนักที่สุด

 ระยะที่4 จะมีผลต่อระบบอวัยวะภายในโดยตรง เพราะเเผลที่เกิดจากโรคซิฟิลิส มันไปขึ้นอยู่ข้างในร่างกายของเรา ที่ไม่ใช่เเขนขา หน้า เเละลำตัว จะรักษายากเเละรักษาไม่ได้ ซึ่งระยะที่4 อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำไห้คนที่เป็นโรคซิฟิลิสเเต่ไม่ได้รับการรักษา เสียชีวิตได้ โรคซิฟิลิส จะคล้ายๆกับโรค Hiv เเต่โรคซิฟิลิส

ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เเละตามนัด เชื้อของโรคซิฟิลิส ก็จะหายไปจากตัวเรา เเละหายขาดได้อย่างเเน่นอนหากได้รับการรักษาได้ทันเวลา เเต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาจนถึงระยะเรื้อรัง คือรักษาไม่ได้เเละไม่หายเเล้ว อาจจะทำไห้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้นอย่าควรนิ่งนอนใจกับโรคซิฟิลิส

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย  ชุดตรวจ hiv