ผลไม้บ้านๆที่คนรุ่นใหม่นั้นเคยทานกันหรือป่าว?

ผลไม้ที่คนรุ่นใหม่นั้นต่างก็ไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้สัมผัสกับผลไม้บ้านๆบางชนิดที่บอกได้เลยว่าสรรพคุณนั้นมีมากมายไม่แพ้กับผลไม้ยุคใหม่อย่างแน่นอนเพราะผลไม้ชนิดนี้จะขึ้นอยู่แถวตามป่าตามเขาซึ่งเป็นผลไม้บ้านๆที่สมัยที่ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้กันหรือในยุคนั้นก็ยังไม่รู้จักกับมือถือซึ่งผลไม้บ้านๆชนิดนี้มีสรรพคุณมากมายจะเอามาให้คุณได้รู้จักกัน

ผลไม้นมแมว  เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นพุ่มไม้ขนาดเล็กที่มีผลสุขเป็นช่อเล็กๆเป็นพุ่มสีเหลืองซึ่งในสมัยก่อนหรือสมัยลูกทุ่งผลไม้นมแมวนั้นจะเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆมากซึ่งหากเมื่อเจอผลสุขแล้วเด็กๆมักจะชอบแย่งกันกินอย่างสนุกสนานรสชาติก็จะเปรี้ยวๆหวานๆอีกทั้งงยังมีกลิ่นหอมและยังมีสรรพคุณอีกมากมายแต่ที่น่าเสียดายปัจจุบันนั้นต้นผลไม้นมแมวก็เริ่มศูนย์พันธุ์ไปเรื่อยๆในบางพื้นที่หากบ้านไหนมีก็ช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้นะ

ผลไม้นมควาย  ซึ่งลักษณะของผลไม้นมควายนั้นก็จะออกผลเป็นช่อๆคล้ายๆกับชนิดผลไม้นมแมวแตว่าจะใหญ่กว่าผลไม้นมแมวๆลำต้นของมันจะเป็นไม้เลื้อยขึ้นอยู่ตามป่าโดยอาศัยต้นไม้คือนั้นเมื่อผลของมันสุขนั้นก็จะมีสีแดงสวยสดใสมากๆรสชาติของมันนั้นก็จะเหมือนกับผลไม้นมแมวเปรี้ยวๆอมหวานอีกทั้งดอกของมันนั้นก็ยังมีกลิ่นหอมแถมทุกสัดส่วนของลำต้นผลนั้นก็เต็มไปด้วยสรรพคุณมากมายหากใครที่เคยได้ชิมก็คงจะนึกถึงรสชาติมันได้ทั้งผลไม้นมควายนั้นก็เริ่มจะหายศูนย์พันธุ์ไปจากหมู่คนเช่นกัน

ผลไม้คอแลนหรือบักแงว  สำหรับผลไม้คอแลนหรือบักแงวนั้นเป็นผลไม้ชนิดที่มีผลคล้ายกับลิ้นจี่เป็นผลไม้ยืนต้นที่มีปุ่มหนาสีแดงเปลือกผลไม้เหมือนลิ้นจี่แต่เนื้อของมันนั้นจะเหมือนกับเงาะรสชนาติก็จะเปรี้ยวๆจี๊ดจ๊าดหน่อยหากได้กินกับน้ำพริกปลาหวานแล้วบอกคำเดียวฟินสุดๆอีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยสรรพคุณอีกมากมายเช่นกันซึ่งก็ยังคงเป็นอีกผลไม้ที่กำลังจะไกล้ศูนย์พันธ์เหมือนกันอยากให้ทุกคนนั้นช่วยกันปลูกแล้วอนุรักษ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลังนั้นได้ดูและได้ชิมกัน

ผลไม้ตะขบ  แน่นอนละถ้าจะให้ถามถึงกับพวกเด็กๆว่าเคยกินตะขบหรือป่าวพวกเด็กๆนั้นก็คงจะงง และสงสัยไปตามกันทั้งยังถามกลับมาอีกว่ามันคือลูกอะไรผลไม้ตะขบนั้นเนไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่มีผลคล้ายๆกับลูกเชอรี่ผลนั้นก็จะมีเนื้อนุ่มชั่มน้ำจะมีรสหวานกินแบบสดๆก็อร่อยบ้างก็จะนำไปทำแยมหรือนำไปทำวายได้อีกด้วยทั้งยังมีสรรพคุณนั้นอีกมากมายเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ทำไมผู้ใหญ่มองไม่เห็น “ฝุ่น”

“หมอก หรือ ควัน” จะไม่ใช่ชื่อเพลงอีกต่อไป เพราะสภาพอากาศในปัจจุบันแยกไม่ออกเลยว่า “อากาศยามเช้าที่เราสูดเข้าปอด มันคือหมอกหรือควันกันแน่ ” อากาศมัวๆที่เต็มไปฝุ่นแถมยังเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ฝุ่นละออง pm 2.5” เจ้าฝุ่นตัวนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในบางบริเวณแต่มันกระจายไปทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯที่บ่นกันแล้วบ่นกันอีก แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ยังมองไม่เห็นฝุ่นอยู่ดี

ฝุ่นละออง pm 2.5 ลอยมาจากไหน

“อากาศนิ่ง” เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่พัดไหลเวียนไปไหนสักที แถมมีหมอกด้วยจะยิ่งทำให้อากาศนิ่งมากขึ้น ควันและฝุ่นละอองจะเข้าไปสะสมในอากาศทำให้เกิดเป็นละอองฝุ่นซึ่งเมื่อหายใจเข้าไปแล้วจะรู้สึกได้เลยว่า “นี่มันฝุ่นนี้หว่า” ปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดภาวะอากาศเป็นพิษในลักษณะนี้คือ การปล่อยควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ควันดำจากท่อรถ หรือฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้างตึกที่มีขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดฝุ่นสะสมเป็นอย่างมากในชั้นบรรยากาศ 

ฝุ่นเหล่านี้บางคนอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเพราะมันมีขนาดที่เล็กมาก แต่อาจจะออกมาในลักษณะหมอกสีเทาออกน้ำตาล ที่แน่ๆฝุ่นละออง pm 2.5 สามารถสัมผัสได้ด้วยจมูกเพราะมันจะเข้าไปมีผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจไม่ออก แน่นจมูก หายใจติดขัด หรือหนักจนถึงขั้นเกิดอาการแพ้ฝุ่นกันเลยก็เป็นได้ บางรายแพ้หนักถึงขนาดหายใจไม่ได้เลยก็มี ยิ่งในเด็กที่ภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ไม่ดียิ่งส่งผลกระทบรุนแรง

ในระยะสั้น เราจะอยุ่กับฝุ่นละออง pm 2.5 นี้ได้อย่างไร

ใส่หน้ากาก N95 เป็นการช่วยป้องกันฝุ่นละออง pm 2.5 ได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงทางการควรจะมีการเฝ้าระวังค่าฝุ่นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ตลอดเวลา ถ้าบริเวณไหนที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานติดต่อกันนานเกิน 4-7 วันหรือราวๆ หนึ่งอาทิตย์ ควรจะประกาศให้เขตพื้นที่นั้นเป็นเขตภัยพิบัติทางอากาศเพื่อให้ประชาชนได้เตรียมรับมือกับอากาศแย่ๆที่เกิดขึ้น 

แม้ว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมือนจะมองไม่เห็นปัญหานี่ว่า เป็นเรื่องใหญ่ที่ควรรีบแก้ไข เราในฐานะประชาชนผู้ที่สัมผัสกับอากาศแย่ๆอย่านิ่งนอนใจ ควรสอดส่องดูว่า จุดไหนที่มีการปล่อยควันดำ เช่น ควันดำจากรถยนต์ หรือ จุดไหนที่มีการเผาทำให้เกิดควันในที่แจ้ง ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยให้ลดการสะสมควันในชั้นบรรยากาศ และที่สำคัญควรดูแลตนเองด้วยการใส่หน้ากาก N95 และกระตุ้นคนรอบข้างให้หันมาดูแลตนเองกันมากยิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ใครที่มีปัญหาทางด้านของการได้ยินฟังทางนี้

หากพบว่าบุคคลที่อยู่รอบข้างของเรามีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินแล้วละก็เราควรพาไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ เพราะมีหลายคนไม่ให้ความสนใจในเรื่องของเสียงที่ได้ยินเบาลงหรือปัญหาเกี่ยวกับหู เพราะมองว่ามันไม่ได้ร้ายแรงอะไร หากคุณหรือคนรอบข้างคุณคิดแบบนี้ขอบอกเลยนะว่าคุณคิดผิดอย่างมหัน เพราะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะทุกส่วนของร่างกายนั้นสำคัญมาก หากมีอาการที่ผิดปกติก็ควรไปพบแพทย์ไม่ต้องรอให้เป็นมากๆเพราะอาจจะสายเกินแก้ไขอะไรได้ 

ในทางเดียวกันหากหูของท่านหรือคนรอบข้างของท่านพบว่ามีปัญหาให้คุณหรือบุคคลที่ท่านรู้จักที่เขามีปัญหานั้นไปทำการตรวจกับทีมแพทย์ที่มีความเชียวชาญทางด้านนี้ก่อน เพราะมันเสี่ยงที่จะเป็นเรื่องร้ายๆตามมา 

กรณีที่เกี่ยวกับหูนั้นหากมีการปล่อยปะละเลย สิ่งที่คุณจะได้ตอบแทนสำหรับการเพิกเฉยแบบนี้นั้นก็คือหูหนวก ซึ่งการเป็นหูหนวกนั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงสุดของอวัยวะของหู เพราะมันจะทำให้ท่านไม่ได้ยินอะไรอีกเลย ไม่ต้องบอกหรือให้เราอธิบายนะว่าหากหูหนวกแล้วจะมีผลกับการใช้ชีวิตอย่างไร

สำหรับบุคคลที่มีควมเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมที่ส่อว่าจะมีผลระยะร้ายแรงต่อหูได้นั้น เมื่อมีอาการที่ผิดปกตินิดหน่อยก็ให้รีบไปทำการตรวจรักษาได้เลย อย่าปล่อยให้เป็นเยอะ เพราะอะไรก็ตามที่มีความสำคัญกับร่างกายของเรานั้นหากมีการผิดปกติก็ไม่ควรที่จะรีรออะไรแม้แต่น้อยยิ่งเป็นกับผู้ที่มีอาการอยู่ในขั้นที่เสี่ยงด้วยแล้วยิ่งต้องรีบทำการรักษา

จะเห็นได้ว่าผู้ที่ไปทำการรักษาที่ช้าจนเกินไปก็เสี่ยงพิการทาการได้ยินด้วยกันทั้งนั้น ในบางรายที่ไปทำการรักษาได้ทันถ่วงทีก็อาจจะหาย ร้ายแรงสุดของพวกเขาก็แค่ต้องพึ่ง เครื่องช่วยฟัง เพื่อเป็นตัวช่วยให้ได้ยินแต่ส่วนใหญ่ทุกคนจะมองข้ามกันเสียมากกว่าไปพบแพทย์อีกทีก็แทบจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ดังนั้นหากคุณมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์โดยด่วน

อาการที่เป็นแล้วต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดมีดังนี้

อาการคันหูที่อยู่ภายในหู อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่คันธรรมดาแต่เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบภายในของหูของเราหากมีการที่ผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งก็อาจจะส่งผลให้เกิดอาการต่างๆเช่น อาการคัน อาการอักเสบ หรืออาการปวดและเจ็บ และยังมีอาการอื่นๆอีกมากมายที่เราไม่ได้หยิบยกมาให้อ่าน

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง